
กรุงศรีฝันใหญ่ตั้งเป้าขึ้นเบอร์5
บลจ.กรุงศรี ยังเดินหน้าเพิ่มเอยูเอ็ม หวังเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดขึ้นอันดับ 5 ของอุตสาหกรรม หลังเอยูเอ็มปีนี้เพิ่ม 20% ใกล้เข้าเป้า
บลจ.กรุงศรี ยังเดินหน้าเพิ่มเอยูเอ็ม หวังเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดขึ้นอันดับ 5 ของอุตสาหกรรม หลังเอยูเอ็มปีนี้เพิ่ม 20% ใกล้เข้าเป้า
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า เป้าหมายระยะยาวของบริษัทยังคงเป็นการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 5 จากอันดับ 8 ในปัจจุบัน เพื่อให้ขึ้นมาอยู่ในลำดับเดียวกับธนาคารกรุงศรี ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับ 5 เช่นกัน
เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. 2555 มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) อยู่ที่ 1.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากสิ้นปี 2554
“ธุรกิจกองทุนรวมเติบโตถึง 28% โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) เท่ากับ 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 13.51% เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีบริษัทเสนอขายกองทุนใหม่รวม 36 กองทุน แบ่งออกเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ 31 กองทุน กองทุนทาร์เก็ตฟันด์ 1 กองทุน และกองทุนรวมต่างประเทศ 2 กองทุน และอื่นๆ อีก 2 กองทุน” นายฉัตรพี กล่าว
ขณะที่กองทุนส่วนบุคคลมีการเติบโตประมาณ 13% อยู่ที่ 2.37 หมื่นล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเติบโตประมาณ 4% อยู่ที่ 1.88 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อต้นปี 2555 บลจ.กรุงศรี ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มเอยูเอ็มให้ได้ 20%
“ในครึ่งปีหลังเราประเมินว่าจะมีเงินไหลเข้ามาเพิ่มเติมจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เข้ามาอีก ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดของกองทุน LTF ของเราอยู่ในอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม โดยเอ็นเอวีกองทุน LTF เพิ่มขึ้น 6.4% จากปี 2554 และกองทุน RMF เพิ่มขึ้น 11.17% ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของอุตสาหกรรม” นายฉัตรพี กล่าว
นอกจากนี้ บลจ.กรุงศรี ยังมีแผนที่จะออกกองทุนใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนอีกหลายกองทุนเช่นกัน นอกจากนี้จะเน้นการขายผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยสัดส่วนการขายผ่านธนาคารนั้นมีถึง 37%
“จุดเด่นของ บลจ.กรุงศรี ที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองนั้น คือ กองทุนหุ้น ซึ่งเป็นสไตล์การบริหารของ บลจ.กรุงศรี ซึ่งสิ่งที่ต่างจาก บลจ.อื่น คือวิธีการคัดเลือกหุ้น การให้น้ำหนักในการลงทุน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงการลงทุนในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่หลากหลาย” นายฉัตรพี กล่าว







