posttoday
กลต.ลุยกล่าวโทษ7คดี

กลต.ลุยกล่าวโทษ7คดี

09 สิงหาคม 2555

สถิติเท่ากับปีก่อนยื่นร้องเรียนแน่นหุ้นไทยพุ่ง17%

สถิติเท่ากับปีก่อนยื่นร้องเรียนแน่นหุ้นไทยพุ่ง17%

ครึ่งแรกปีนี้ ก.ล.ต.กล่าวโทษผู้กระทำผิด 7 คดี ใกล้เคียงปีก่อน ส่วนเปรียบเทียบปรับลดลงเหลือแค่ 12.71 ล้านบาท

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ก.ล.ต.ได้ดำเนินการกล่าวโทษผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ทั้งสิ้น 7 คดี โดยมีจำนวนผู้ถูกกล่าวโทษทั้งสิ้น 39 ราย ซึ่งทรงตัวจากช่วงครึ่งแรกปี 2554 ที่มีการกล่าวโทษทั้งสิ้น 6 คดี มีจำนวนผู้ถูกกล่าวโทษรวม 42 ราย

การเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดมีทั้งสิ้น 54 ข้อหา มีผู้ถูกเปรียบเทียบปรับ 24 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12.71 ล้านบาท ลดลงจากช่วงครึ่งแรกปี 2554 ที่มีการปรับ 92 ข้อหา จากจำนวน 59 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 156.88 ล้านบาท นอกจากนี้ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน 2 ราย ผู้จัดการกองทุน 2 ราย และสั่งพักงานผู้แนะนำการลงทุน 2 ราย

สำหรับการรับเรื่องร้องเรียนช่วงครึ่งแรกปีนี้มีจำนวน 57 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำไม่เป็นธรรม เช่น ปั่นหุ้น แพร่ข่าวเท็จ ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น 13 เรื่อง การทำธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต 24 เรื่อง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน 20 เรื่อง โดยมีจำนวนเรื่องที่ยุติหรือส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่นรวม 45 เรื่อง

นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การกล่าวโทษผู้กระทำผิดช่วงครึ่งปีแรกถือว่าอยู่ในระดับปกติ ส่วนเรื่องร้องเรียนมีเข้ามาพอสมควร โดยเฉพะการปฏิบัติงานของผู้ติดต่อกับนักลงทุนและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แต่บางกรณีอยู่นอกเหนืออำนาจของ ก.ล.ต. จึงต้องส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่บางกรณีเกิดจากความเข้าใจผิดของนักลงทุน ซึ่ง ก.ล.ต.จะทำความเข้าใจก่อนยุติเรื่องลงไป

ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มของนายฉาย บุนนาค ฐานสร้างราคาหลักทรัพย์หลายตัว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ประสานงาน เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเป็นปกติ

ทางด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงครึ่งปี หลังนายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยจะมีความผันผวนกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นโลกจะไหลเข้าออกเร็วในสินทรัพย์ที่เสี่ยงน้อยกว่าและให้ผลตอบแทนดี โดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเกี่ยวกับการออกนโยบายเพิ่มทุนช่วยเหลือสถาบันการเงินยุโรป มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมทั้งการออกมาตรการเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน ที่จะเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งในช่วงสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า

“ดัชนีหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนคงไม่เหมาะลงทุนสั้น แต่ควรลงทุนระยะยาว โดยเน้นหุ้นพื้นฐานดี” นายวิรไท กล่าว

ส่วนภาวะตลาดหุ้นไทยสิ้นสุดเดือน ก.ค. ดัชนีปิดที่ 1,199.30 จุด เพิ่มขึ้น 16.97% จากสิ้นปี 2554 สูงเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ขณะที่ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิสะสม 6.46 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร