
บัตรพลังงานล็อต2เปิด15ส.ค.ตั้งเป้ากวาดสมาชิก3แสนราย
กระทรวงพลังงานจัดมหกรรมบัตรเครดิตพลังงานยกกำลัง 2 เปิดรับลงทะเบียน 15 ส.ค. ตั้งเป้าแท็กซี่ รถตู้ สามล้อ มอเตอร์ไซค์ เข้าโครงการ 3 แสนราย
กระทรวงพลังงานจัดมหกรรมบัตรเครดิตพลังงานยกกำลัง 2 เปิดรับลงทะเบียน 15 ส.ค. ตั้งเป้าแท็กซี่ รถตู้ สามล้อ มอเตอร์ไซค์ เข้าโครงการ 3 แสนราย
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ผู้ช่วย รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานดูแลบัตรเครดิตพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมจัดงานเปิดตัว “บัตรเครดิตพลังงานยกกำลัง 2” ในวันที่ 15 ส.ค. เพื่อเปิดรับลงทะเบียนสมัครบัตรเครดิตพลังงานให้กับผู้ที่ขับแท็กซี่ รถตู้สาธารณะ สามล้อ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คาดว่าจะมีคนสมัคร 3 แสนราย
งานนี้จะมีการแจกทองคำและรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 2.7 แสนบาท พร้อมกับมีคอนเสิร์ตเพลงลูกทุ่งมาให้ความบันเทิง เอาใจผู้ที่เข้ามาร่วมงานด้วย โดยผู้ที่สนใจสมัครบัตรเครดิต กรณีเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะต้องเป็นป้ายทะเบียนมอเตอร์ไซค์รับจ้างสาธารณะ หรือป้ายเหลือง และมีสังกัดของวินมอเตอร์ไซค์ที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายชื่อและที่อยู่ได้ชัดเจน ส่วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เป็นป้ายขาวดำและไม่ได้สังกัดวินมอเตอร์ไซค์นั้น จะมีการพิจารณาในโอกาสต่อไป
ด้านสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตพลังงาน นอกจากจะได้วงเงินเครดิตรายละ 3,000 บาทในครั้งแรกแล้ว หากมีประวัติในการใช้บัตรที่ดีติดต่อกัน 6 เดือน จะได้รับคืน Cash Back หรือรับเงินสดคืน 200 บาท และถ้าเป็นลูกค้าที่ดีติดต่อกัน 10 เดือน จะได้รับวงเงินเครดิตเพิ่มเป็น 5,000 บาท
ขณะเดียวกันยังสามารถใช้บัตรเป็นส่วนลดราคาแก๊สโซฮอล์ได้ 3 บาท/ลิตร และสามารถซื้อสินค้าส่วนลดในร้านจิฟฟี่ของปั๊ม ปตท.ได้ด้วย เป็นการขยายผลประโยชน์ให้น่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม
“โครงการนี้กระทรวงจะร่วมกับบริษัท ปตท. และธนาคารกรุงไทย เริ่มแจกใบสมัครบัตรเครดิตพลังงานในช่วง 12 วันนี้ ตามวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตู้ สามล้อ และแท็กซี่ เพื่อนำไปยื่นสมัครในงานวันที่ 15 ส.ค. หลังจากนั้นเมื่อผู้ที่สนใจสามารถผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครได้ จะสามารถใช้บัตรได้จริงตั้งแต่ 15 ต.ค.เป็นต้นไป” พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าว
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าวด้วยว่า ผลการดำเนินงานของบัตรเครดิตล็อตแรกจำนวน 2 หมื่นราย มียอดหนี้สะสมอยู่ 4 ล้านบาท แต่มีสัดส่วนหนี้ที่เริ่มลดลง เพราะมีการชำระคืน แต่หลังจากนี้ทางกระทรวงพลังงานจะตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับและติดตามหนี้โดยเฉพาะ เพื่อดูแลผู้ใช้บัตรทั้งเก่าและใหม่ ป้องกันไม่ให้เกิดเป็นหนี้เสียแก่ธนาคารได้







