
กรุงศรีโกลด์ลิงค์ชูรับ15%
ราคาทองขึ้นลงไม่เกิน15%ลงทุน18เดือนทยอยรับกำไร
ราคาทองขึ้นลงไม่เกิน15%ลงทุน18เดือนทยอยรับกำไร
บลจ.กรุงศรี ชวนหาผลตอบแทนจากราคาทองคำในช่วง 18 เดือนข้างหน้า ขึ้นลงตามเงื่อนไข โอกาสรับ 15% จ่ายผลตอบแทนทุกๆ 6 เดือน
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีโกลด์ลิงค์คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 18M3 (KFGLCR18M3) ระหว่างวันที่ 815 ส.ค. 2555 โดยผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทน 3 รอบ จากการปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคาทองคำตลอดอายุของกองทุน 18 เดือน
กองทุนมีนโยบายลงทุน 95% ในตราสารหนี้ไทยและตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ และอีก 5% จะลงทุนในสัญญาออปชันที่ให้ผลตอบแทนระหว่าง 015% โดยอ้างอิงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหน่วยลงทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่ลงทุนในทองคำ
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อครบอายุกองทุน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนทุกรอบ 6 เดือน จากการคำนวณส่วนต่างของราคาทอง ณ วันตรวจสอบและวันเริ่มต้น แล้วนำมาเฉลี่ยเป็นผลตอบแทน 6 เดือน โดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ กรณีแรก รับผลตอบแทน 0.015% กรณีที่ราคาทองปรับเพิ่มหรือลดไม่เกิน 15% กรณีที่ 2 รับผลตอบแทน 0.6% กรณีที่ราคาทองปรับเพิ่มหรือลดเกินกว่า 15% และกรณีที่ 3 จะไม่ได้รับผลตอบแทนกรณีที่ราคาทองไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ
นายฉัตรพี กล่าวว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนในช่วงที่ผ่านมา และใน 18 เดือนข้างหน้า ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองปรับขึ้น แต่ไม่เกิน 15% เนื่องจากราคาทองคำปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.24% และ 14.73% จากปี 2553 และ 2554 ตามลำดับ จึงเป็นไปได้ยากที่ราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้นรุนแรงในอีก 18 เดือนข้างหน้า
ด้านราคาทองคำจะเคลื่อนไหวสวนทางกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งบริษัทมีมุมมองว่าในอีก 18 เดือนข้างหน้าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้มีการถือครองทองคำน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำคงปรับลดลงไม่มาก คือ ไม่เกิน 15% เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ
ปัจจุบันค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าในรอบ 20 เดือน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลหนี้ยุโรป หากความกังวลผ่อนคลายลงค่าเงินเหรียญสหรัฐก็มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง อีกทั้งการปรับลดการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐที่จะเริ่มต้นภายในปี 2556 อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ อาจทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนส่งผลให้ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น







