
Futures & Options 101 (ตอนที่ 3)
Short Sell กับ Short Futures ทางเลือกไหนต้นทุนต่ำกว่า?
Short Sell กับ Short Futures ทางเลือกไหนต้นทุนต่ำกว่า?
ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการทำกำไรเมื่อหุ้นอยู่ในช่วงขาลงได้สองทาง คือ การทำ Short Sell และการขาย Stock Futures ตามที่ได้เคยเล่าให้ฟังในคอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้จึงขอนำรายละเอียดเรื่องต้นทุนของทั้งสองทางเลือกมาเล่าให้ฟังนะครับ
สำหรับการ Short Sell นั้น เป็นการขายหุ้นออกไปโดยที่ผู้ขายไม่ได้ถือครองหุ้นอยู่ แต่ใช้วิธียืมหุ้นจากโบรกเกอร์ไปขายก่อน และเมื่อหุ้นราคาลดลงก็ค่อยซื้อหุ้นมาคืนให้กับโบรกเกอร์ในภายหลัง โบรกเกอร์จะคิดค่าค่าธรรมเนียมค่ายืมหุ้นคล้ายกับการกู้ยืมเงิน ดังนั้นกำไรสุทธิที่ได้จากการ Short Sell คือ ส่วนต่างราคาซื้อกับราคาขาย หักด้วยค่าธรรมเนียมยืมหุ้นและค่าคอมมิชชัน
ขอยกตัวอย่างโดยใช้ราคาและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริงในช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา หากนาย ก. Short Sell หุ้น PTT ในวันที่ 18 ก.ค. ที่ราคา 340 บาท จำนวน 1,000 หุ้น และต่อมาซื้อคืนในวันที่ 25 ก.ค. ที่ราคา 318 บาท กำไรที่ได้จากการซื้อขายก่อนหักค่าใช้จ่ายจึงเท่ากับ (340–318) x 1,000 = 2.2 หมื่นบาท
เนื่องจากการซื้อขายหุ้นจะส่งมอบ 3 วันทำการหลังจากวันซื้อขาย ดังนั้น ระยะเวลาจะนำมาใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมหุ้น คือ วันที่ 23 ก.ค.30 ก.ค. (3 วันทำการหลังจากวันที่ 18 และ 25) หากโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมการยืมหุ้น 5.6% ต่อปีของมูลค่าหุ้นที่ยืม และราคาหุ้นในวันที่ 23 ก.ค. คือ 326 บาท นาย ก. จะเสียค่ายืมหุ้น (326x1,000 หุ้น) x 5.6% x (6/365 วัน) = 300 บาท รวมกับค่าคอมมิชชันทั้งขาซื้อและขาขาย 0.20% หรือ (340x1,000x0.2%) + (318x1,000x0.2%) = 1,316 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นรวมกับภาษีจึงเป็น (300x1.07) + (1,316x1.07) = 1,730 บาท
ในส่วนของเงินตั้งต้นของการ Short Sell โบรกเกอร์จะกำหนดว่าผู้ลงทุนจะต้องวางหลักประกันไม่น้อยกว่า 150% ของมูลค่าหุ้น ซึ่งเมื่อหักกับเงินค่าขายหุ้นในวันที่ 18 ก.ค. ผู้ลงทุนก็ต้องหาเงินมาวางเพิ่มประมาณ คิดเป็นประมาณ 1.49 แสนบาท อัตราส่วนกำไรสุทธิที่ได้จากการ Short Sell จึงเท่ากับ (22,000–1,730) / 149,000 = 13.6%
สำหรับการขายแพงแล้วซื้อถูกผ่าน PTT Futures นั้น ต้นทุนก็จะมีเพียงค่า Initial Margin ซึ่งมีมูลค่าแค่ 7% เท่านั้น ในส่วนของค่าคอมมิชชันก็ต่ำกว่า ในขณะที่ได้ผลตอบแทนในรูปตัวเงินใกล้เคียงกัน
เช่น หากพิจารณาในช่วงเวลาเดียวกับที่ตัวอย่างแรก สมมติให้นาย ข. เลือกใช้ PPT Futures โดยในวันที่ 18 ก.ค. นาย ข. ขาย PTTU12 (สัญญาเดือนใกล้ที่จะหมดอายุเดือน ก.ย. 2012) ที่ราคา 337 บาท โดยวางหลักประกันการซื้อขายที่ 2.47 หมื่นบาท และซื้อปิดสัญญาดังกล่าวในวันที่ 25 ก.ค. 319 บาท
กำไรจากส่วนต่างราคาเท่ากับ (337–319) x 1,000 = 1.8 หมื่นบาท ในส่วนของต้นทุนค่าคอมมิชชันทั้งขาซื้อและขาขายรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% จะมีค่าประมาณ 642.43 บาท อัตราส่วนกำไรสุทธิที่ได้จากการ Short PTT Futures จึงเท่ากับ (18,000–642.43) / 24,700 = 70%!!!
จะเห็นว่า Stock Futures ให้ผลตอบแทนในรูปตัวเงินใกล้เคียงกับการ Short Sell แต่ทำได้ง่ายกว่า ใช้เงินทุนน้อยกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า Stock Futures จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าที่ผู้ลงทุนไม่ควรมองข้าม
พิเศษ!!! ตลาดอนุพันธ์ฯ จัดโปรโมชันแจก The New iPad ทันที ต้อนรับการซื้อขาย USD Futures สำหรับผู้ลงทุนที่มีการซื้อขายในช่วง 3 เดือนแรก (มิ.ย.–ส.ค. 2555) รวมกันเกินกว่า 1.5 หมื่นสัญญา ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.TFEX.co.th หรือ SET Call Center 02-229-2222 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย







