posttoday
ติดอาวุธตลาดซอฟต์แวร์ไทย หนุนเติบโตแข่งอาเซียน

ติดอาวุธตลาดซอฟต์แวร์ไทย หนุนเติบโตแข่งอาเซียน

27 กรกฎาคม 2555

อุปสรรคที่มีมาแต่เดิมและยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโต

อุปสรรคที่มีมาแต่เดิมและยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโต

ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทคนไทย คือ การตลาด เนื่องจากโดยดีเอ็นเอของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยมองแต่เรื่องเทคโนโลยี ประโยชน์การใช้งาน สร้างสรรค์ผลงานจนมีประสิทธิภาพ แต่กลับไม่รู้ว่าจะขายอย่างไร หรือไม่มีใครรู้ถึงประโยชน์ของซอฟต์แวร์ ซึ่งถือเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ฉุดโอกาสในการเติบโตและลดความสามารถในการแข่งขัน

ที่ผ่านมาสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือเอทีเอสไอ ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการทำการตลาดผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จนเกิดเป็นหลายโครงการ เช่น ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการซอฟต์แวร์รายใหม่ โครงการจับคู่ทางธุรกิจ แต่ก็ยังขาดการให้ความรู้กับผู้ประกอบการรายเดิม เพื่อสร้างองค์ความรู้และให้คำแนะนำปรึกษาในระยะยาว

ติดอาวุธตลาดซอฟต์แวร์ไทย หนุนเติบโตแข่งอาเซียน

 

สมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมเอทีเอสไอ เปิดเผยว่า เอทีเอสไอได้ร่วมกับสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า เริ่มต้นโครงการติดอาวุธการตลาดให้ซอฟต์แวร์ไทย เป็นการขยายผลความร่วมมือออกมานอกอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเข้ามาแนะนำให้คำปรึกษา และต้องการให้เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องไปอีกหลายปี เพื่อให้ซอฟต์แวร์ไทยมีมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและการตลาด

ทั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือ การสร้างองค์ความรู้ในการทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด แผนการขายอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ 20-30% โดยปัจจุบัน 90% ของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ 1,200 ราย ยังไม่เห็นความสำคัญและไม่มีความรู้ด้านการตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาไปไม่ถึงมือผู้ใช้ ไม่เกิดการรับรู้และไม่เห็นความสำคัญของการลงทุนด้านไอทีและซอฟต์แวร์

“มีซอฟต์แวร์จำนวนมากที่ราคาถูกกว่าความเป็นจริง เนื่องจากขายไม่ได้จึงต้องลดราคา พอลดราคาบริษัทซอฟต์แวร์ก็อยู่ได้ยาก เป็นวัฏจักรมานาน คนใช้เลยเห็นว่าซอฟต์แวร์ต่างประเทศดีกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วซอฟต์แวร์ไทยประสิทธิภาพเท่าเทียมและอาจดีกว่าด้วย” สมพร กล่าว

ขณะที่การเปิดการค้าเสรีอาเซียนจะมาถึงในอีก 3 ปีข้างหน้า นอกจากต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แล้ว ต้องใช้ซอฟต์แวร์ไปเสริมแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ของไทยด้วย

ชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไม่ว่าปีที่ผ่านมาบริษัทซอฟต์แวร์จะมีผลประกอบการอย่างไร หากเข้าร่วมโครงการต้องเห็นการเติบโตเฉลี่ย 20-30% โดยเป้าหมายอยู่ที่ 40 บริษัทที่เข้าร่วมในปีแรก ระยะเวลาอบรมเชิงปฏิบัติการเดือน ก.ย. และ พ.ย.นี้ จากนั้นทั้ง 40 รายจะนำแนวทางที่ใช้ทำการตลาดจริง กลับมาเข้าคลินิกการตลาด เพื่อปรับปรุงแนวทางให้ใช้ได้จริงเป็นรายไตรมาส รวมระยะเวลา 3 ปี เรียกว่าต้องเกิดผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด

นอกจากนี้ ต้องใช้การทำตลาดแนวใหม่ โดยกำหนด 4ซี ได้แก่ 1.คอนซูเมอร์ หรือลูกค้า โดยเน้นพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ลูกค้าอยากได้อะไรต้องสามารถปรับแต่งให้ตรงความต้องการสร้างความพึงพอใจ 2.คอสต์ หรือค่าใช้จ่าย ต้องมีการบริหารต้นทุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.คอนวีเนียน สินค้าต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และ 4.คอมมูนิเคชัน หรือการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน

สุวิมล เทวะศิลชัยกุล รองผู้อำนวยการซิป้า กล่าวว่า ซิป้ามีโครงการผลักดันส่งเสริมผู้ประกอบการมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่ายังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่ตรงเป้าหมาย โดยซิป้าให้งบประมาณสนับสนุนกว่า 3 ล้านบาท จากงบโครงการ 5 ล้านบาท หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มบริษัทที่เข้าร่วม หากเห็นผลในปีหน้าจะจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการต่อเนื่อง

“อนาคตจะเห็นความร่วมมือนอกอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งานซอฟต์แวร์ในรายอุตสาหกรรม เพราะเชื่อว่าซอฟต์แวร์ไทยมีศักยภาพมากพอที่จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอื่นๆ ของไทยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น” สุวิมล กล่าว

มูลค่าของซอฟต์แวร์ที่มีการพัฒนาขึ้นในประเทศไทยประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่ได้แยกว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทคนไทยมากน้อยเท่าใด และเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์โดยรวม 8 หมื่นล้านบาทแล้ว การเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ต้องเริ่มจากการติดอาวุธทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ และยังช่วยขยายการเติบโตมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์โดยรวมได้อีกมาก

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่