
สีทาบ้านพุ่งรับอานิสงส์น้ำท่วม
เบเยอร์ชี้ตลาดรวมสีทาอาคารครึ่งปียอดขายพุ่ง 10% จากมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท หลังผู้บริโภคแห่ซื้อสีทาบ้านหลังน้ำลด
เบเยอร์ชี้ตลาดรวมสีทาอาคารครึ่งปียอดขายพุ่ง 10% จากมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท หลังผู้บริโภคแห่ซื้อสีทาบ้านหลังน้ำลด
นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหาร บริษัท เบเยอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายสีทาอาคารในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 10% หรือมีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาทาสีอาคารบ้านเรือนของตัวเองภายหลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม
สำหรับภาวะตลาดเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 3 พบว่า ผู้บริโภคกลับเริ่มชะลอการซื้อสีลดลง เนื่องจากต้องการรอดูว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะกลับมาเกิดซ้ำหรือไม่ รวมถึงรอดูเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองว่าจะกระทบซ้ำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไตรมาส 4 กำลังซื้อน่าจะกลับมาเหมือนเดิม
ขณะเดียวกันในส่วนของต้นทุนในการผลิตสีได้ปรับสูงขึ้น 10-15% ทำให้บริษัทต้องปรับราคาขายขึ้น 5% ในช่วงต้นปี แต่บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุน เพื่อไม่ให้กระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยล่าสุดบริษัทมีแผนที่จะใช้งบการตลาดกว่า 400 ล้านบาท ในการรีแบรนด์และปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เบเยอร์คูล ซีรีส์” นวัตกรรมสีประหยัดพลังงานลดโลกร้อน พร้อมปกป้องบ้าน ด้วยการใช้เทคโนโลยีไมโครสเฟียร์เซรามิกที่ใช้ในองค์การ NASA
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนการขยายตัวแทนจำหน่ายผ่านการขยายศูนย์ผสมสีเบเยอร์คัลเลอร์ดีไซน์จากเดิม 800 สาขา เป็น 1,200 สาขา ภายในปี 2555 นี้ และมีแผนที่จะผลักดันให้ร้านตัวแทนจำหน่ายมีผลิตภัณฑ์เบเยอร์ ทั้งงานสีและงานไม้จำหน่ายอย่างครบวงจรแบบวันสต็อปเซอร์วิส
ด้านภาพรวมยอดขายของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 20% หรือมีรายได้ 2,000 ล้านบาท ขณะที่สิ้นปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 3,300 ล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมตลาดสีกันร้อนปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 500-600 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักขึ้น โดยที่บริษัทมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของสีกันร้อนด้วยยอดขาย 400 ล้านบาท







