
เร่งอาเซียนบวกหกถ่วงดุล
เล็งชงผู้นำเห็นชอบได้พ.ย.นี้ใช้ต่อรองทีพีพีนำโดยสหรัฐ
เล็งชงผู้นำเห็นชอบได้พ.ย.นี้ใช้ต่อรองทีพีพีนำโดยสหรัฐ
อาเซียนลุยเอฟทีเออาเซียนบวกหก ชงผู้นำเห็นชอบ พ.ย.นี้ ตั้งเป้าเสร็จเปิดพร้อมเออีซีปี 2558 หวังใช้ถ่วงดุลความตกลงทีพีพี และสร้างความแข็งแกร่งให้เอเชีย
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมระดับสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) เดือน พ.ย.นี้ อาเซียนจะประกาศเปิดการเจรจาความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนบวกหก หรือเอฟทีเออาเซียนบวกหก ซึ่งประกอบด้วย 16 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ร่วมด้วย จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยมีเป้าหมายที่จะเจรจาให้จบภายในปี 2558 พร้อมกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องมีการเปิดเจรจาอาเซียนบวกหก เพราะในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปก 21 ประเทศ ได้มีกลุ่มตะวันตก ซึ่งนำโดยสหรัฐได้เปิดการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ดังนั้นสมาชิกอีกฝั่งภาคเอเชียมองว่าควรมีการจัดทำเอฟทีเออาเซียนบวกหกขึ้นมา เพื่อให้สองกรอบนี้เป็นแม่แบบของสมาชิกเอเปกที่ต้องการจะเจรจาเขตการค้าเสรีเอเปกในอนาคต และยังช่วยถ่วงดุลอำนาจกับกลุ่มทีพีพี
สำหรับรูปแบบการเจรจาจะเป็นการเจรจาครอบคลุมทั้งด้านการเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน ซึ่งในกรอบนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มประเทศเป็น 3 ระดับการพัฒนา อาทิ ประเทศที่มีระดับการพัฒนาน้อยที่สุด คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม อาจจำเป็นต้องได้รับแต้มต่อในด้านกำหนดระยะเวลาการลดภาษีที่ยาวนานกว่า
ขณะที่กลุ่มที่มีระดับการพัฒนาสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการพัฒนามากที่สุดอาจจะต้องนำร่องเปิดเสรีเร็วกว่า ส่วนประเทศกลุ่มการพัฒนาระดับกลาง ได้แก่ จีน อินเดีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก็จะต้องหารือเพื่อต่อรองเงื่อนไขกันอีกครั้ง โดยเชื่อว่าการเจรจาจะสำเร็จได้เร็ว เพราะแต่ละประเทศได้เจรจาเอฟทีเออาเซียนบวกหนึ่งกับทุกประเทศอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การเจรจาดังกล่าวในส่วนของไทยจะต้องจัดทำตามกระบวนการตามมาตรา 190 ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยกรมจะเสนอต่อ รมว.พาณิชย์ ให้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาเพื่อรับทราบ เพราะสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้เลย เนื่องจากถือว่าเป็นกรอบการเจรจาที่ค้างอยู่เดิม และถึงแม้ว่าจะเปิดการเจรจาอาเซียนบวกหก แต่จีนก็ยังมีความประสงค์ที่จะเจรจาความตกลงร่วมกัน 3 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในสาขาบริการและการลงทุน โดยจะนำมาผนวกไว้ในเอฟทีเออาเซียนบวกหกด้วย
นอกจากนี้ ภายในเดือน ส.ค.นี้ กรมจะเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงเอฟทีเอที่ยังค้างอยู่อีก 3 ฉบับ ทั้งเอฟทีเอไทยเปรู เอฟทีเอไทยชิลี และเอฟทีเอไทยอินเดีย เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าของไทยไปยังตลาดดังกล่าว และตลาดในภูมิภาคใกล้เคียง







