posttoday
แอร์เอเชียปักฐานดอนเมือง สอย 3 สายบินไทยยกแผง

แอร์เอเชียปักฐานดอนเมือง สอย 3 สายบินไทยยกแผง

23 กรกฎาคม 2555

สงครามราคาสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) จะกลับมาดุเดือดอีกครั้งในรอบ 5 ปี หลัง บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ไทยแอร์เอเชีย เตรียมย้ายฐานปฏิบัติการบินเต็มรูปแบบจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศ กลับมาปักฐานที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หรือชื่อเดิม ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

สงครามราคาสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) จะกลับมาดุเดือดอีกครั้งในรอบ 5 ปี หลัง บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ไทยแอร์เอเชีย เตรียมย้ายฐานปฏิบัติการบินเต็มรูปแบบจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศ กลับมาปักฐานที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หรือชื่อเดิม ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

ขณะที่นกแอร์ และโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นให้บริการที่สนามบินดอนเมืองอยู่ก่อนหน้านั้น ด้วยจำนวนฝูงบินและเส้นทางการบินของทั้งสองสายที่ไม่ครอบคลุม จึงยังคงเปรียบเป็นมวยคนละรุ่นกับไทยแอร์เอเชียที่จะมาต่อยตีวัดระดับฝีมือกัน

การเทียบรุ่นครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องวัดฝีมือกันกับสายการบินแห่งชาติ การบินไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในทางการตลาดจะเป็นลูกค้าคนละกลุ่มกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบินไทยหวั่นใจไม่น้อย เพราะส่วนแบ่งตลาดผู้โดยสารที่ถูกแย่งชิงหายไปต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทย สายการบินไทยต้องปรับกลยุทธ์รับมืออย่างหนัก

ทั้งนี้ ยิ่งการย้ายกลับมาใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง การมอบสิทธิประโยชน์ (อินเซ็นทีฟ) เรื่องค่าธรรมเนียมภาษีขึ้นลงเครื่องบิน เช่น ลดอัตราค่าธรรมเนียมปีแรก สัดส่วน 30% ปีที่สอง สัดส่วน 20% และปีที่ 3 สัดส่วน 10% จะช่วยเสริมความได้เปรียบของโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะไทยแอร์เอเชีย ที่มีความชัดเจนกับอินเซ็นทีฟต่างๆ ส่วนนกแอร์ และโอเรียนท์ ไทย อยู่ระหว่างเจรจากับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.)

นอกจากนี้ การเข้าถึงสนามบินของผู้ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองมีความได้เปรียบเรื่องของสถานที่ตั้ง อาคารผู้โดยสารมีระยะทางไม่ไกล เมื่อเทียบกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้ดอนเมืองยังเป็นสนามบินที่คนไทยต้องการเลือกใช้มากกว่า

อุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานที่ปรึกษาสายการบินโอเรียนท์ ไทย สะท้อนภาพการแข่งขันว่า การย้ายกลับมาท่าอากาศยานดอนเมืองอย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้ เชื่อว่าในอนาคตไทยแอร์เอเชียจะใช้ดอนเมืองเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบิน ขยายเส้นทางการบินระยะไกลออกสู่ภูมิภาคยุโรป ผ่านสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อถึงเวลานั้น การบินไทยอาจสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบันนี้อีกเท่าตัว เพราะจำนวนฝูงบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงกลยุทธ์การจัดรายการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ต้นทุนบริหารจัดการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองประหยัดกว่า การใช้ฐานปฏิบัติการบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะเสริมให้โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะที่การบินไทยมีความอ่อนแอด้านการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น วัดได้จากแนวคิดเตรียมเปิดสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เพิ่มอีกหนึ่งสาย ทั้งๆ ที่มีนกแอร์และไทยสมายล์อยู่แล้ว ซึ่งมองว่าการบินไทยไม่ควรหลงกระแสโลว์คอสต์มากเกินไป ควรจัดระเบียบการดำเนินงานและมีเป้าหมายการพัฒนาให้ชัดเจน

“ผมเชื่อว่าหากการบินไทยเปิดโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ขึ้นมาอีกหนึ่งสาย จะเกิดการฆ่ากันเอง แย่งลูกค้ากันเอง ฝูงบินในแต่ละสายจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่เส้นทางบินทับซ้อนกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้ายสุดก็จะเกิดสงครามราคาที่ทำให้ทุกสายการบินตกอยู่ในอาการเจ็บตัวเหมือนที่ผ่านมา” อุดม กล่าว

สำหรับแผนกลยุทธ์การตลาดของโอเรียนท์ ไทย เตรียมเปลี่ยนฝูงบินใหม่ทั้งหมด ตั้งเป้า 5 ปี มีจำนวน 35 ลำ เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นอย่างดุเดือด ทั้งสายการบินสัญชาติไทยและกลุ่มทุนต่างชาติภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 โดยภาพการแข่งขันจะหนักรุนแรงมากขึ้น และเชื่อว่ากลุ่มทุนสิงคโปร์อย่างสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส จะกลับมาหาผู้ร่วมทุนในประเทศไทยอีกครั้ง หลังการเจรจากับบริษัท การบินไทย ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

กระแสการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการบินไทยจะเปลี่ยนโฉมอีกครั้งหรือไม่นั้น หลังวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะเห็นถึงความชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อถึงเวลาที่น่านฟ้าทุกประเทศกลุ่มเออีซีเปิดกว้าง เชื่อว่าเวทีการบินจะได้เห็นผู้นำทางการตลาดได้อย่างเด่นชัดขึ้น ระหว่าง พรีเมียม แอร์ไลน์ กับ โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ใครจะเจ๋งกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร