
เพิ่มลดหย่อนภาษีคนใจบุญ
คลังสนองนโยบาย “กิตติรัตน์” ชง ครม.แก้กฎหมายหักลดหย่อนเงินบริจาคเพื่อการศึกษาเพิ่ม ตัดขั้นตอนคนกลางออก
คลังสนองนโยบาย “กิตติรัตน์” ชง ครม.แก้กฎหมายหักลดหย่อนเงินบริจาคเพื่อการศึกษาเพิ่ม ตัดขั้นตอนคนกลางออก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะเสนอแนวทางการลดหย่อนภาษีเงินบริจาคเพิ่มเติมให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่ต้องการให้สนับสนุนภาคเอกชนที่ช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษา
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลักการลดหย่อนภาษีเงินบริจาคมีความยุ่งยาก เนื่องจากเอกชนต้องบริจาคผ่านองค์กรที่เป็นสื่อกลาง ดังนั้นจึงได้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ใหม่ ให้หน่วยงานสามารถบริจาคได้โดยตรงแก่โรงเรียนหรือสถานศึกษานั้นๆ ไม่จำเป็นต้องผ่านองค์กรกลาง ซึ่งนอกจากจะลดความซับซ้อนแล้ว ยังช่วยให้สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ง่ายขึ้น
“การหักลดหย่อนเงินบริจาคด้านการศึกษาค่อนข้างจะยุ่งยาก จะบริจาคทีก็ต้องผ่านองค์กรกลาง เช่น ผ่านกองทุนครูอย่างนี้เป็นต้น แล้วหลังจากนั้นเงินบริจาคไปไหน เราไม่รู้ว่าใครให้ใคร ดังนั้นเราก็จะแก้ไขตรงนี้ให้เขาบริจาคได้โดยตรงตัวต่อตัวเลย” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
สำหรับวงเงินหักลดหย่อนนั้น จะแก้ไขให้สามารถลดหย่อนได้มากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจหันมาส่งเสริมสังคม พัฒนาการศึกษา ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ
อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีบางบริษัทใช้สิทธิหักลดหย่อนบริจาคเต็มเพดาน 2% ซึ่งมีแนวทางว่าจะมีการขยายวงเงิน หรือขยายสัดส่วนให้เพื่อความเหมาะสม ขณะเดียวกันก็จะไปสำรวจกลุ่มที่บริจาคไม่เต็มเพดานว่าเป็นเพราะบริจาคไม่ถึง หรือการบริจาคนั้นไม่สามารถแสดงเป็นหลักฐานเพื่อลดหย่อนภาษีได้
กรมสรรพากรมีเงื่อนไขสำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาค “เงินหรือทรัพย์สิน” สามารถนําจํานวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ทั้งนี้เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์แล้วต้องไม่เกิน 2% ของกําไรสุทธิ







