posttoday
ผลกระทบต่อธุรกิจของ พรบ.ร่วมทุนฯ โมฆะหรือไม่ผูกพัน

ผลกระทบต่อธุรกิจของ พรบ.ร่วมทุนฯ โมฆะหรือไม่ผูกพัน

16 มีนาคม 2553

....กิติพงศ์ อุรพีพฒนพงศ์

ฉบับที่แล้วผมได้นำเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวการเข้าทำสัญญาของหน่วยงานของรัฐกับเอกชน ที่หน่วยงานของรัฐอ้างว่ามีการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (“พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ”) อยู่หลายโครงการ ได้สร้างความสับสนต่อนักกฎหมายและประชาชนทั่วไป

โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดในคดี ITV และล่าสุดนี้จากคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีการฟ้องบังคับตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ระหว่างกองสลากกับ บริษัท จาโก้ เกี่ยวกับเรื่องหวยออนไลน์รวมถึงคดีคำพิพากษาฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การขายหุ้นชินคอร์ปที่เกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่อาจมีผลกระทบต่อบริษัทผู้รับสัมปทาน และยังส่งผลกระทบกับตลาดทุนอย่างมาก โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและผู้ลงทุน

โดยเฉพาะประเด็นปัญหาว่า สัญญาดังกล่าวไม่มีผลผูกพันหรือโมฆะจะมีผลอย่างไร รวมถึงการดำเนินการเรียกร้องความเสียหายจากบริษัทผู้รับสัมปทานอาจจะส่งผลกระทบในวงกว้าง เพราะคำพิพากษาของทั้งศาลปกครอง ศาลฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะกระทบถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนในบริษัทดังกล่าวอย่างมาก

โดยได้นำเสนอไปในเรื่อง หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เรามาดูในเรื่องการร่วมงานกันต่อนะครับ

1.2 ร่วมงานหรือดำเนินการ

ใน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ได้บัญญัติไว้ว่า การร่วมงานหรือดำเนินการ หมายถึง การร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ว่าโดยวิธีใด หรือมอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด ซึ่งคำจำกัดความนี้ก่อให้เกิดการตีความและเกิดความไม่ชัดเจนอย่างมาก ทำให้มีการส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความกันในหลายสิบโครงการ

ในความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในปี 2550 เรื่องสถานภาพของ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยาย และโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) ของกรุงเทพมหานคร เรื่องเสร็จที่ 222/2550 ได้กล่าวว่า

“...เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเอกชนได้รับค่าตอบแทนอื่นใดนอกจากค่าจ้าง หรือต้องร่วมรับผลกำไรหรือขาดทุนไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมด้วยแล้ว การจ้างดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการร่วมลงทุนกับเอกชนแต่อย่างใด และเมื่อการจ้างเอกชนมาเดินรถตามข้อหารือไม่มีกรณีที่ต้องอนุญาตหรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใดแก่เอกชนในการประกอบกิจการรถไฟฟ้าหรือกิจการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษด้วยแล้ว การจ้างในลักษณะดังกล่าวจึงไม่เป็นการ ‘ร่วมงานหรือดำเนินการ’ ในกิจการของรัฐตามบทนิยามในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐฯ...”

จึงอาจกล่าวได้ว่า หากเอกชนเป็นเพียงผู้รับจ้างแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีส่วนแบ่งกำไรขาดทุนหรือได้สิทธิในทรัพย์สินใดๆ ของรัฐ ก็จะจัดว่ากรณีไม่เข้าตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ แต่หากเป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

1.3 ขั้นตอนการเสนอและดำเนินโครงการ

ขั้นตอนการเสนอและดำเนินโครงการมีดังต่อไปนี้

1.หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์โครงการโดยละเอียดต่อกระทรวงเจ้าสังกัด

2.กระทรวงเจ้าสังกัดเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

3.เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการ

4.เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วให้หน่วยงานเจ้าของโครงการร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมงาน

5.หน่วยงานเจ้าของโครงการร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการร่างขอบเขตโครงการและเงื่อนไขสำคัญที่ต้องมีในสัญญา

6.หน่วยงานเจ้าของโครงการแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

6.1 พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวนเข้าร่วมงานและดำเนินการ

7.ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมงานหรือดำเนินการก่อนลงนาม

8.ให้คณะกรรมการเสนอผลการคัดเลือก พร้อมเหตุผล ประเด็นที่เจรจาต่อรองเรื่องผลประโยชน์ของรัฐต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา

9.ลงนามสัญญา

10.แต่งตั้งกรรมการประสานงานกับเอกชน

อย่างไรก็ดี ตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ในการคัดเลือกให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ หากคณะกรรมการดำเนินโครงการเห็นว่าไม่ควรใช้วิธีประมูลและหน่วยงานเจ้าของโครงการก็เห็นชอบด้วย อาจไม่ใช้วิธีการคัดเลือกโดยวิธีประมูลก็ได้ หากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลังเห็นพ้องก็ให้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติได้

เอาไว้ตอนหน้า ผมจะมากล่าวถึงคดีตัวอย่างต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่