
แฉคดีทุจริตเหลว ศาลเอาผิดแค่7%
ก.ล.ต.ชี้แก้ทุจริตในตลาดหุ้นจะสำเร็จ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องมองคดีตรงกัน เปิดสถิติ 20 ปีเหลว ศาลตัดสินลงโทษแค่ 7%
ก.ล.ต.ชี้แก้ทุจริตในตลาดหุ้นจะสำเร็จ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องมองคดีตรงกัน เปิดสถิติ 20 ปีเหลว ศาลตัดสินลงโทษแค่ 7%
นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “การคอร์รัปชันของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” ว่า หากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ซึ่งมีมูลค่าจดทะเบียนสูงถึง 80% ของรายได้ประชาชาติทั้งหมด ดังนั้นหากมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นกับ บจ. ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการลงทุนและตลาดทุนอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในยุโรป ที่ 3 ปีที่ผ่านมาการทุจริตทำให้เกิดความเสียหายกว่า 1.2 แสนล้านยูโร และกลายมาเป็นปัญหาในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้ ก.ล.ต.จะมีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบดูแล แต่จากสถิติการกล่าวโทษในคดีทุจริตตั้งแต่ปี 2535 ถึงเดือน มี.ค. 2555 หรือกว่า 20 ปี ที่มีคดีทุจริต 120 คดี แต่มีคดีที่ศาลตัดสินให้ถึงที่สุดเพียง 7% เท่านั้น ส่วนประมาณ 30% ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาล
นายชัยเกษม กล่าวว่า หากจะแก้ไขในเรื่องดังกล่าว จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายอย่างเป็นระบบ โดยให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องมองคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ตรงกันทั้งพนักงานอัยการ ศาล ก.ล.ต. และดีเอสไอ โดยต้องไม่ปกป้องอาณาจักรของตัวเอง
นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้มีการคอร์รัปชันในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากกลไกที่มีอยู่ไม่ทำงาน แม้ว่า ก.ล.ต.มีหน้าที่ในการกำกับดูแล บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ แต่หากกรรมการบริษัทที่ผู้ถือหุ้นตั้งเข้าไปเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ไม่ทำหน้าที่ หรือตัวช่วยที่มีอยู่ไม่ทำงาน เช่น ผู้สอบบัญชีร่วมมือกับผู้บริหารบริษัท ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ทำงาน หรือกรรมการอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไม่จับผู้ทำผิดที่ทำให้บริษัทเสียหาย ปัญหาเหล่านี้ก็ยังจะเกิดขึ้นต่อไป







