
ในหลวง-พระราชินี ทรงห่วงภัยแล้ง
ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามแก้ปัญหาภัยพิบัติการเกษตรอันสืบเนื่องมาจากภัยแล้งว่า องคมนตรีได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาภัยแล้งเข้าหารือ ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานการประชุมได้แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความเป็นห่วงในเรื่องผลผลิตพืชอาหารโดยเฉพาะข้าว
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้ให้นโยบายว่าควรจะใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องทฤษฎีใหม่มาเพิ่มแหล่งน้ำในไร่นาเพื่อใช้ในการเกษตร ส่วนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต เนื่องจากยังมีข้อจำกัดเรื่องการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ทำให้แหล่งน้ำมีจำกัด จึงเห็นว่าควรหาแหล่งน้ำในประเทศเพิ่ม โดยให้กรมชลประทานไปดูว่าจะมีพื้นที่ใดสามารถทำแก้มลิงได้ โดยเฉพาะภาคอีสาน รวมทั้งการเร่งทำแหล่งน้ำในไร่นา
นิสสันหวังขายอีโคคาร์ 2 หมื่นคัน
หลังจากดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องตลอด 23 ปีที่ผ่านมา ในที่สุด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ก็เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่เดินหน้าเข้าสู่โครงการรถยนต์อีโอคาร์ ด้วยการเปิดตัว
“นิสสันมาร์ช” พร้อมทำตลาดในประเทศไทยเป็นรายแรกของโลกเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาโทชิยูกิ ชิกะ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศ ญี่ปุ่น กล่าวว่า ในปีแรกจะผลิตนิสสันมาร์ชในโรงงานที่ประเทศไทย 9 หมื่นคัน สำหรับจำหน่ายในประเทศไทย 2 หมื่นคัน และส่งออก 7 หมื่นคัน และจะผลิตให้ได้ 1 แสนคันตามเป้าหมายของโครงการอีโคคาร์ในปี 2555 ซึ่งจะเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ใน 3 ของการผลิต หรือ 3.5 หมื่นคัน
ทั้งนี้ เชื่อว่านิสสันมาร์ชคือรถยนต์ที่ผ่านคุณสมบัติของรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ครบสมบูรณ์และจะทำให้นิสสันมีศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่ง โดยมองว่ามาร์ชจะเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการรถยนต์ขนาดเล็ก ประหยัด และมีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งนอกจากการจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โรงงานในไทยจะผลิตเพื่อส่งออกในตลาดเอเชีย รวมถึงส่งกลับไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นด้วย
กพช.เห็นชอบแผนพีดีพี 2010
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2010) ของประเทศไทย พ.ศ. 25532573 ซึ่งเป็นแผนการจัดหาไฟฟ้าในระยะยาว 20 ปี โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญคือ การปรับค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และเพิ่มการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการกระจายเชื้อเพลิง เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจาก 70% ให้เหลือ 39% โดยเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน การจัดหาไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และถ่านหินสะอาด ตลอดจนพิจารณาเรื่องปริมาณผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศ โดยภายในระยะ 67 ปีของแผน จะสำรองกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ระดับ 20% เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าทันที จึงต้องเพิ่มปริมาณสำรองไฟฟ้าไว้ และหลังจากนั้นจะปรับลดลงเหลือ 15% ดังนั้น ภายใต้แผนพีดีพีฉบับใหม่นี้ภายในปี 2573 ไทยจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 6.55 หมื่นเมกะวัตต์
อสมท ชงเรื่องช่อง 3 เข้าบอร์ด
สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ บริษัท อสมท กล่าวว่า หลังจากที่ อสมท ได้ทำรายงานสรุปเรื่องผลประโยชน์เพิ่มเติมจาก บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (บีอีซี) ผู้บริหารช่อง 3 ที่จะจ่ายเพิ่มให้กับ อสมท 405 ล้านบาท ให้กับกระทรวงการคลังแล้ว ทางกระทรวงการคลังได้เสนอให้ทาง อสมท ดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้ครบตามขั้นตอน โดยเสนอให้คณะกรรมการมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน เพื่อพิจารณาแม้จะไม่มีการตั้งทีโออาร์ขึ้นใหม่ก็ตาม แต่มีเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจึงควรดำเนินการให้เรียบร้อย เพราะกระทรวงการคลังเห็นว่าเคยมีกรณีในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นมาแล้ว ในส่วนของเซ็นทรัลลาดพร้าว จึงอยากให้ถูกต้อง







