
ปัจจัยบวกเริ่มหมดตลาดมีโอกาสอ่อนตัวลง
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนทางขึ้น จากปัจจัยบวกทางฝั่งยุโรปและนักลงทุนมีการเก็งกำไรก่อนที่จะรู้ผลการประชุมสำคัญหลายงาน ไม่ว่าจะเป็น จี20 รวมถึงการประชุมเฟด อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสเปนที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นเป็นระยะๆ ส่งผลให้ตลาดเป็นลักษณะของการผันผวนทางขึ้น นักลงทุนสถาบันเป็นผู้ซื้อสุทธิในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง สำหรับผลการเลือกตั้งกรีซส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเพียงช่วงสั้น ก่อนมีช่วงอ่อนตัวลงเนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีการเก็งกำไรตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาและปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว ส่งผลให้การประกาศข่าวดีออกมาไม่ได้มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นนัก โดยรวมตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการผันผวนทางขึ้น
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนทางขึ้น จากปัจจัยบวกทางฝั่งยุโรปและนักลงทุนมีการเก็งกำไรก่อนที่จะรู้ผลการประชุมสำคัญหลายงาน ไม่ว่าจะเป็น จี20 รวมถึงการประชุมเฟด อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสเปนที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นเป็นระยะๆ ส่งผลให้ตลาดเป็นลักษณะของการผันผวนทางขึ้น นักลงทุนสถาบันเป็นผู้ซื้อสุทธิในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง สำหรับผลการเลือกตั้งกรีซส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเพียงช่วงสั้น ก่อนมีช่วงอ่อนตัวลงเนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีการเก็งกำไรตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาและปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว ส่งผลให้การประกาศข่าวดีออกมาไม่ได้มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นนัก โดยรวมตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการผันผวนทางขึ้น
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะเริ่มชะลอการขึ้นและมีโอกาสกลับมาแกว่งตัวลงได้ โดยเฉพาะหากยังไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติมจากทางเฟดออกมา ซึ่งในเบื้องต้นตลาดคาดว่า เฟดจะต่ออายุมาตรการ Operation Twist ที่จะสิ้นสุดในเดือนนี้ออกไปอีก โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการขายพันธบัตรอายุระยะสั้นและซื้อพันธบัตรอายุระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยระยะยาวต่ำลงและกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ แต่ไม่ได้เป็นบวกต่อตลาดหุ้นมากเท่ากับการเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดโดยตรงเหมือนกับการทำ QE ทำให้โดยรวมหากไม่มีการออกมาตรการใหม่ๆ ออกมา หรือไม่มีการตรึงดอกเบี้ยให้นานกว่าที่ตลาดคาดไว้ในกลางปี 2557 จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสชะลอการขึ้นหรือกลับมาปรับตัวลงได้ นอกจากนี้ระดับราคาหุ้นมีการเก็งกำไรข่าวบวกไปในระดับหนึ่งแล้ว ในขณะที่ปัญหาเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนที่ปรับตัวขึ้นหลังจากหมดโปรแกรม LTRO ไปและยังไม่ได้รับการแก้ไข มีโอกาสกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดได้ในช่วงถัดไป
โดยรวมแล้วตลาดมีความเสี่ยงของการอ่อนตัวลงหลังจากรู้ผลการประชุมเฟดที่หากออกมาดีน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด (แต่หากไม่มีการมาตรการอะไรเพิ่มตลาดหุ้นพร้อมปรับตัวลงทันที เนื่องจากมีการเก็งกำไรมาในระดับหนึ่งแล้ว) ส่วนความคืบหน้าของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ผ่านมา พบว่าภาคแรงงานมีแนวโน้มแย่ลง ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาแย่มาก (แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลทางฤดูกาล) ในขณะที่ระดับเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ทำให้ภาพโดยรวมเฟดมีเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น แต่เชื่อว่ายังเร็วเกินไปที่จะทำ QE ในการประชุมครั้งนี้
ประเด็นบวกหลักๆ ของตลาดถัดไปจะอยู่ที่การประชุม EU Summit ในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะใกล้เคียงกับช่วงปิดไตรมาส 2 ทำให้โดยรวมปัจจัยที่อาจจะส่งผลบวกต่อตลาดอีกครั้งจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ในขณะที่ประเด็นที่เราคิดว่าจะมีผลต่อตลาดได้มาก คือ เรื่องการประชุม ECB ในวันที่ 5 ก.ค. ที่น่าจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในการแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป
ทิศทางเทคนิค ระยะสั้นตลาดมีแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,180 และ 1,210 จุด หากยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือได้ ทิศทางระยะสั้นคาดว่าเป็นการรีบาวด์หลังจากปรับตัวลงแรง โดยการจะกลับมาปรับตัวขึ้นคาดว่าจะเห็นการพักฐานในระยะสั้นก่อน โดยมีแนวรับอยู่ที่บริเวณ 1,160 และ 1,135 จุด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ขายช่วงปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดที่ผ่านมามีประเด็นการเก็งกำไรข่าวบวกกันมาต่อเนื่อง ไม่ว่าเป็นเรื่องผลการเลือกตั้งกรีซ การประชุม จี20 รวมถึงการประชุมเฟด เราประเมินว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่ระดับราคาหุ้นรับรู้ข่าวดีไปในระดับหนึ่งแล้ว หากยังไม่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมเข้ามาอีก จะส่งผลให้ตลาดหุ้นมีโอกาสกลับมาปรับตัวลง







