
ลูกค้าทรูฟ้องศาลปกครองช่วยจอมืด
ลูกค้าทรู วิชั่นส์ ยื่นฟ้องศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว บอร์ด กสท.พร้อมยึดคำตัดสินเป็นแนวทางปฏิบัติ
ลูกค้าทรู วิชั่นส์ ยื่นฟ้องศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว บอร์ด กสท.พร้อมยึดคำตัดสินเป็นแนวทางปฏิบัติ
นายพรชัย มีมาก ผู้ได้รับอำนาจจากทนายความของ นายใจแก้ว แก้วมีปาน ผู้ยื่นเรื่องฟ้อง เปิดเผยว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและขอไต่สวนเพื่อคุ้มครองชั่วคราว กรณีคณะกรรมการกิจการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช.ทั้ง 11 คน ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบจากการที่ไม่สามารถทำให้ผู้ชมทรู วิชั่นส์ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดสัยญาณฟุตบอลยูโรทางช่องฟรีทีวี 3 5 และ 9 ผ่านทรู วิชั่นส์ ได้
ทั้งนี้ ศาลปกครองได้ไต่สวนฉุกเฉินเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา ซึ่งการยื่นฟ้องครั้งนี้เพราะเห็นว่าผู้บริโภคเป็นฝ่ายเสียหายจากการที่ต้องเสียค่าสมาชิกรายเดือนให้กับ ทรู วิชั่นส์ และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซื้อหนวดกุ้งและเสาก้างปลา จึงต้องการให้ศาลปกครองออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ให้ผู้ประกอบการที่ได้มีการเผยแพร่สัญญาณภาพในช่องฟรีทีวีทุกราย สามารถเผยแพร่สัญญาณภาพตามผังรายการปกติได้ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร
เบื้องต้นตัวแทนจาก กสทช. ได้ชี้แจงว่าผู้ที่ปิดกั้นสัญญาณภาพถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรไม่ใช่ กสทช. แต่คือ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ซึ่งกำหนดให้การออกอากาศมีเฉพาะในระบบภาคพื้นดินเท่านั้น
นายพรชัย กล่าวว่า การที่ทรู วิชั่นส์ เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับบริษัท อสมท ขณะที่ กสทช. เป็นผู้กำกับดูแลช่อง9 ส่งผลให้ กสทช. สามารถใช้อำนาจโดยตรงสั่งให้ช่อง9ปฏิบัติตามหน้าที่ส่งสัญญาณภาพในส่วนของช่องฟรีทีวีตามผังรายการปกติในช่วงที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรได้
"ฟรีทีวีคือสื่อบริการสารธารณะ ไม่ใช่สื่อที่มีการจำกัดรูปแบบการออกอากาศแบบใดแบบหนึ่ง ฉะนั้นทั้งยูฟ่า หรือคนที่ถือลิขสิทธิ์ในไทย หากนำรายการมาฉายทางฟรีทีวี ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงได้"นายพรชัย กล่าว
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ขณะนี้ทางกสทช.รอคำสั่งจากทางศาลปกครอง ซึ่งไม่ว่าจะศาลจะมีคำตัดสินเป็นอย่างใด ก็จะเป็นแนวทางให้ กสทช.ได้ใช้เป็นแบรรทัดฐานในการทำงานหรือ พิจารณาเรื่องอื่นๆ ต่อไปในอนาคต เนื่องจากขณะนี้มีหลายข้อกฎหมายที่ยังไม่ค่อยมีความชัดเจนและกสทช.ไม่แน่ใจว่ามีอำนาจที่จะดำเนินการได้จริงหรือไม่
ทั้งนี้กรณีฟุตบอลยูโรจอดำที่เกิดขึ้น ส่งผลให้บอร์ดกระจายเสียงต้องหารือกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การนำเข้าอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณ หรือ เซ็ท ท็อป บอกซ์ หลังจากได้มีมติไปแล้วเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าประเภทของผู้นำเข้าว่าเป็นเพียงผู้จำหน่าย หรือ เป็นผู้ให้บริการแพลทฟอร์มเพย์ทีวีด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัท ไทยคม และ จีเอ็มเอ็ม แซท เป็น 2 รายที่ต้องถูกพิจารณาในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่แตกต่างจาก 5 รายที่เหลือ คือ บริษัท ลีโอ เทคโนโลยี มาร์เก็ตติ้ง บริษัท ไทรเนอร์ยี่ อินสทรูเมนส์ บริษัท อินดฟแซท อินเตอร์เทรด บริษัท โทมัส เอ็นเตอร์ไพร์ส และ บริษัท สตรองบราเดอร์ ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายทั่วไปเท่านั้น







