
ธปท.ชี้ภาคการเงินและสถาบันการเงินพร้อมรับมือวิกฤตยุโรป
ธปท.ชี้มาตรการรับมือผลกระทบการเงิน สถาบันการเงินของไทยมีพร้อมรับมือวิกฤตยุโรป คาดไม่กระทบรุนแรง
ธปท.ชี้มาตรการรับมือผลกระทบการเงิน สถาบันการเงินของไทยมีพร้อมรับมือวิกฤตยุโรป คาดไม่กระทบรุนแรง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวหลังการประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ(ครม.)ชุดเล็ก ร่วมกับหน่วยงานเศรษฐกิจตามคำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในเรื่องสถานการณ์ปัญหายุโรปและผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับประเทศไทย ในช่วงเช้าวันนี้ ว่า ธปท.ได้ประเมินสถานการณ์ยุโรปให้ที่ประชุมฟังว่า ปัญหาน่าจะเกิดผลกระทบกับไทยใน 3 ด้าน คือ ด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านระบบสถาบันการเงิน และด้านตลากการเงิน ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน อัตราแลกเลี่ยน และสภาพคล่อง
“ซึ่งในเรื่องระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงิน ธปท.มีการติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว และมีเครื่องมือต่างๆไว้พร้อมรับมืออยู่แล้ว แต่เท่าที่ดูตอนนี้ ยังไม่ได้กระทบต่อตลาดการเงิน หรือค่าเงินบาทมากนัก ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวระดับ 31 ถึง ใกล้ๆ 32 บาทต่อเหรียสหรัฐฯ ซึ่งดูโดยรวมยังเป็นระดับที่ตลาดรับได้ไม่กระทบอะไรมาก ส่วนการกู้เงินที่สถาบันการเงินยุโรปมากู้เรา หรือสถาบันการเงินเราไปกู้มีมากน้อยแค่ไหนนั้น เท่าที่ดูข้อมูลขณะนี้ก็มีไม่มาก พอรับมือได้ ไม่น่ามีปัญหา”นายประสารกล่าว
ทั้งนี้ ธปท.มองว่าประเทศไทยมีทุนสำรองที่สูงพอสมควร มีสถาบันการเงินที่เข้มแข็งเงินกองทุนสูง มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 3% ซึ่งมีความยืดหยุ่นมีช่องที่จะลดหรือเพิ่มเพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ ค่าเงินบาทก็เคลื่อนไหวยืดหยุ่น นโยบายการคลังก็ยังดี มองโดยรวมเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านวิกฤตยุโรปไปได้ แต่สิ่งที่ต้องดูคือภาคการส่งออกที่เป็นตัวทำให้อัตรการขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี)โตจะมีปัญหามาน้อยแค่ไหน ซึ่งปีนี้ความท้าทายของภาคการต่างประเทศจะมีมากขึ้น







