
ค่ายหนังลุ้นการเมืองโล่ง
ค่ายภาพยนตร์ ลุ้นการเมืองโล่งครึ่งปีหลัง ดันอุตฯ หนังทะลุ 4,000 ล้าน โซนี่ พิคเจอร์ส หวังยอดรายได้สูงสุดรอบ 15 ปี
ค่ายภาพยนตร์ ลุ้นการเมืองโล่งครึ่งปีหลัง ดันอุตฯ หนังทะลุ 4,000 ล้าน โซนี่ พิคเจอร์ส หวังยอดรายได้สูงสุดรอบ 15 ปี
นายรชต ธีระบุตร กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท โซนี่ พิคเจอร์ส รีลิสซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจภาพยนตร์ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มีปัจจัยที่กังวลคือเรื่องการเมืองและน้ำท่วม หากมีปัญหาเหมือนปีก่อนๆ จะทำให้ผู้ชมภาพยนตร์ลดลง แต่หากไม่มีสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์กลับมาเติบโตสูงสุดในรอบ 78 ปี
ทั้งนี้ คาดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ปีนี้จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท หรือเติบโต 15-20% จากปีก่อนหน้านี้ที่อุตสาหกรรม ภาพยนตร์ทรงตัว หรือเติบโตไม่เกิน 5% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากหลายปัจจัยหลัก คือภาพยนตร์ที่เข้าฉายในปีนี้ล้วนเป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่มีโอกาสทำรายได้สูง รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิตอล 3 มิติ และ 4 มิติ เข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาพยนตร์
สำหรับผลประกอบกอบของโซนี่ พิคเจอร์ส ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีรายได้อยู่ที่ 668 ล้านบาท จากการนำภาพยนตร์เข้าฉายรวม 10 เรื่องในโรงภาพยนตร์ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จำนวน 5 เรื่อง คือ Real Steel, Under world : Awakening, The Avengers และ MIB3
ขณะที่ครึ่งปีหลังจะมีภาพยนตร์เข้าฉายอีก 9 เรื่องเข้าฉาย เช่น The Amezing Spiderman, Total Recall, Brave, Resident Evil : Retribution, Hotel Transylvania และเจมส์ บอนด์ 007 ตอน Skyfall คาดว่าปีนี้บริษัทจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท
“หากรายได้ดังกล่าวทะลุเป้าหมาย จะทำให้เป็นรายได้สูงสุดนับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในเมืองไทยมา 15 ปี” นายรชต กล่าว
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Amezing Spiderman ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีพันธมิตรเข้ามาร่วมทำการตลาด อาทิ บิ๊กโคล่า เนสท์เล่ เอไอเอส เคเอฟซี บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา คริสปี้ ครีม เป็นต้น โดยใช้งบจัดกิจกรรมการตลาดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้ 280300 ล้านบาท ใกล้เคียงกับภาพยนตร์เรื่อง The Avengers







