
กรรณิกายันสินเชื่อปรอทแตกแต่ไม่โอเวอร์ฮีต
“ไทยพาณิชย์” ชี้สินเชื่อยังไม่โอเวอร์ฮีต แม้ 4 เดือนโตกระฉูด 20% ยันไม่กันสำรองเพิ่ม
“ไทยพาณิชย์” ชี้สินเชื่อยังไม่โอเวอร์ฮีต แม้ 4 เดือนโตกระฉูด 20% ยันไม่กันสำรองเพิ่ม
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายสินเชื่อในปีนี้เพิ่มจาก 1214% หลังจากสินเชื่อในช่วง 4 เดือนแรกของธนาคารเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 20% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของระบบที่ 15-16% ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ทำให้มีความต้องการสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยสูง โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อและที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตดังกล่าวยังไม่กังวลและไม่ถือว่าอยู่ในระดับอันตราย
“ปีนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อยเติบโตได้ดีมากและยังมีโมเมนตัมว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ยังไม่น่าห่วงว่าจะโตร้อนแรงเกินไป และเชื่อว่าในช่วงปลายปีการเติบโตจะเริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก” นางกรรณิกา กล่าว
สำหรับกรณีบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (เอสเอสไอ) ที่ประสบปัญหาขาดทุนนั้น ธนาคารได้มีการพูดคุยกับลูกค้าแล้ว และเข้าใจว่าเป็นปัญหาตามวัฏจักรในธุรกิจเหล็กที่เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าธนาคารยังไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองพิเศษเพิ่มขึ้นจากกรณีนี้ เนื่องจากยังมีเงินกองทุนสำรองหนี้สงสัยจะสูญถึง 130% สูงกว่าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อรายใหญ่ทั้งหมด
นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาของบริษัท สหวิริยาฯ ในขณะนี้ เป็นผลมาจากการเรียกคืนวงเงินสินเชื่อและสินเชื่อหมุนเวียนของธนาคาร 2 แห่ง จาก 5 แห่ง ที่ปล่อยสินเชื่อร่วมกันในวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามในส่วนวงเงินของธนาคาร 2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งธนาคารกรุงไทยและธนาคารทิสโก้ ยังคงปล่อยสินเชื่อตามปกติ และลูกค้ารายนี้ยังถือเป็นลูกหนี้ปกติ เพราะยังสามารถชำระดอกเบี้ยได้
“ธุรกิจที่มีปัญหาคือโรงงานในอังกฤษที่เปิดได้ช้ากว่ากำหนด แต่ขณะนี้เขากลับมาเดินเครื่องผลิตได้แล้ว ลูกค้าเองเขาก็มีสินทรัพย์อยู่พอสมควร เขาสามารถใส่ทุนของตัวเองทดแทนวงเงินสินเชื่อที่หายไปได้ โดยที่ธนาคารไม่ต้องเข้าไปช่วย การประเมินภาวะเศรษฐกิจผิดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เราจะทำหน้าที่สนับสนุนลูกค้าต่อไป ไม่ชิงหุบร่มหนีแน่นอน” นายอาทิตย์ กล่าว
นายอาทิตย์ กล่าวว่า ธนาคารมั่นใจว่าจะไม่จำเป็นต้องกันสำรองพิเศษจากสินเชื่อก้อนนี้และจะไม่กระทบต่อผลกำไรธนาคารในปีนี้







