posttoday
แนวโน้มไอทีโลกธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหน

แนวโน้มไอทีโลกธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหน

06 มิถุนายน 2555

โดย...ธนกร สังขรัตน์

โดย...ธนกร สังขรัตน์

“ผู้ที่อยู่รอด มิใช่เป็นสายพันธุ์ (Species) ที่แข็งแรงที่สุด หรือฉลาดที่สุด หากแต่ว่าเป็นผู้ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดต่างหาก” ชาร์ ลดาร์วิน กล่าว

โลกธุรกิจมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเป็นสัจธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และไอซีทีที่ก้าวหน้ารวดเร็ว ดังนั้นผู้ที่สามารถจับกระแสแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงได้ก่อนจึงมีความได้เปรียบ

“โลกาภิวัตน์ 3.0” โลกเราได้วิวัฒน์มาจาก “โลกาภิวัตน์ 1.0” ที่เป็นยุคของการแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งเครื่องเทศ ป่าไม้ และแร่รัตนชาติ เพื่อสะสมความมั่งคั่งของประเทศตามมาด้วย “โลกาภิวัตน์ 2.0” ยุคของการแสวงหาฐานการผลิตที่มีศักยภาพทั้งด้านต้นทุนจากแรงงานและวัตถุดิบที่มีจำนวนมากและราคาถูก รวมถึงการแสวงหาตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการรองรับการผลิตเหล่านั้น ต่อมาในยุคปัจจุบันอยู่ในช่วง “โลกาภิวัตน์ 3.0” ที่โลกถูกย่อให้แคบลงด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลสารสนเทศถือเป็นแหล่งอำนาจใหม่ของโลก

“เว็บ 3.0” ในยุคแรก ผู้ใช้สามารถใช้อ่านเนื้อหาข่าวสารได้เพียงอย่างเดียว ต่อมายุคที่สองผู้ใช้สามารถทั้งอ่านและเขียนโต้ตอบไปได้พร้อมๆ กัน แต่ถึงยุค “เว็บ 3.0” เราไปไกลกระทั่งว่าสามารถใช้เว็บไซต์ลงโฆษณาด้วยการซื้อสื่อต่างๆ เช่น ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ เพื่อลงโฆษณาในเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยการแลกลิงก์ หรือขอแปะแบนเนอร์ หรือใช้โปรแกรมสร้างเครือข่ายแนะนำชักชวนกันผ่าน Social Media ต่างๆ

“การทำงาน 3.0” ในยุคแรกเป็นรูปแบบการทำงานสไตล์ดั้งเดิม มีสำนักงาน บุคลากรส่วนใหญ่ต้องอยู่ประจำที่ของตนเองในสำนักงานเพื่อจัดการกับธุรกรรมต่างๆ ขององค์กร ซึ่งยังคงเป็นงานเอกสารที่ยังพึ่งพากระดาษและเน้นการใช้แรงงานมนุษย์ ต่อมามีการพัฒนากระบวนการทำงานโดยนำไอทีมาใช้ทำให้สามารถลดการพึ่งพากระดาษ

นอกจากนี้ คนทำงานเริ่มมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสถานการณ์ทำงานมากขึ้น สามารถเดินทางไปพัฒนาธุรกิจนอกสถานที่มากขึ้น ต่อมาเพื่อมีการพัฒนาไปสู่ “การทำงาน 3.0” ทำให้การทำงานมีความยืดหยุ่นสูง มีการกระจายงานไปให้กับผู้เชี่ยวชาญภายนอกองค์กรโดยไม่ต้องอิงกับสถานที่และกาลเวลา งานถูกส่งไปทำยังอีกซีกโลกหนึ่ง งานบางอย่างถูกจัดการผ่านช่วงวันหยุด โดยเชื่อมโยงการทำงานกันด้วยอินเทอร์เน็ต

“โมเดลธุรกิจแบบยิ่งให้ ยิ่งได้” หรือ Free Model ที่มีพื้นฐานคือการให้ลูกค้าผู้บริโภคใช้ฟรี โดยมีผู้จ่ายให้ ได้แก่ ธุรกิจที่มาโฆษณา หรือลูกค้ามาซื้อแบนเนอร์ เช่น Google ให้ลูกค้าทั่วไปใช้บริการค้นหาและอื่นๆ ฟรี แต่ผู้จ่ายเงินคือธุรกิจที่มาลงโฆษณากับ Google ในรูปแบบ Adwords โมเดลธุรกิจแบบใหม่นี้ยังมีรูปแบบของ Freemiums ที่มีการให้ลูกค้าทั่วไปใช้ฟรี ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งลูกค้าประมาณ 10% ที่ต้องการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานและการบริการที่สูงขึ้น จะพร้อมและยินดีจ่ายสำหรับการให้บริการดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้ที่เก็บจากฐานลูกค้าชั้นดีมากพอจะคุ้มค่าใช้จ่ายที่ให้ฟรีกับลูกค้าทั่วๆ ไปได้

ปี 2558 ที่จะมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ตัวแทนประเทศสมาชิกได้มีมติเห็นพ้องกันเป็นเอกฉันท์ ให้ “ประเทศสมาชิกเปลี่ยนระบบการสื่อสารเป็นระบบดิจิตอลทั้งหมดให้เสร็จสิ้นทันการรวมตัวเป็น AEC” โดยจะร่วมกันจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการสื่อสารดิจิตอลภายในประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะการเปลี่ยนระบบการแพร่ภาพและกระจายเสียงให้เป็นดิจิตอลทั้งหมดก่อนปี 2558 ซึ่งแผนแม่บทนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างความตื่นตัวให้แก่ประชาชนในกลุ่มประเทศสมาชิกให้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่จะเกิดขึ้นหลังการเปิด AEC เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในระดับภูมิภาคซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม

จากแนวโน้มความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและโลกไอทีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จะเป็นโอกาสที่ท้าทายให้กับภาคธุรกิจไทยที่มีการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมียุทธศาสตร์ แต่สำหรับธุรกิจที่ไม่มีความพร้อมใดๆ ก็เท่ากับว่ากำลังรอเผชิญกับคลื่นอุปสรรคขนาดมหึมาที่อาจจะถาโถมและดูดกลืนเข้าไปในสึนามิแห่งความดับสูญในไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร