posttoday
สยามซัมซุงเล็งกวาดเบี้ยปีนี้1.2พันล.

สยามซัมซุงเล็งกวาดเบี้ยปีนี้1.2พันล.

11 มีนาคม 2553

 

 

 

โพสต์ทูเดย์ — สยามซัมซุงประกันชีวิตพึ่งทุกช่องทางขายดันเบี้ยโต 44% ทุ่ม 60 ล้านบาทลงไอทีใหม่

นายเยิน ฮี คัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซัมซุงประกันชีวิต เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าทำเบี้ยรับรวมให้ได้ 1,270 ล้านบาท หรือเติบโต 44% แบ่งเป็นช่องทางขายผ่านตัวแทน 320 ล้านบาท เติบโต 42% ช่องทางขายประกันชีวิตกลุ่ม 525 ล้านบาท เติบโต 51% ช่องทางขายผ่านธนาคารและเทเลมาร์เก็ตติง หรือทางโทรศัพท์ 421 ล้านบาท เติบโต 40% ขณะที่ปี 2552 มีเบี้ยรับรวม 884 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2551

แบ่งเป็นเบี้ยปีแรก 465 ล้านบาท และเบี้ยต่ออายุ 414 ล้านบาท

สำหรับช่องทางการขายผ่านตัวแทนนั้น เนื่องจากบริษัทฯมีระบบตัวแทน 2 ระบบ คือระบบ LP หรือ Life Planer (ที่ปรึกษาการเงิน)

ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนบวกค่าบำเหน็จ และระบบตัวแทนปกติ ที่มีรายได้จากค่าบำเหน็จ แต่เนื่องจากบริษัทฯเพิ่งเริ่มต้นสร้างตัวแทน

ระบบปกติเมื่อไตรมาส 4 ของปี 2552 ที่ผ่านมา และเพิ่งมีตัวแทนในสังกัดเพียง 340 คน และสิ้นปี 2553 จะมีตัวแทนระบบนี้เพิ่ม

เป็น 500 คน ดังนั้นบริษัทฯจึงตั้งเป้าการผลิตเบี้ยประกันรับปีแรกเพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนตัวแทนระบบ LP นั้น เนื่องจาก

เป็นระบบที่ทำมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทฯจนถึงปัจจุบัน ทำมาครบ 12 ปีพอดี ทำให้มี LP ทั้งสิ้น 800 คน และสิ้นปีนี้จะมี

ถึง 1,000 คน ดังนั้นจึงคาดว่าน่าจะผลิตเบี้ยประกันภัยได้ 220 ล้านบาท

“ เวลา 6 เดือนที่บริษัทฯสร้างตัวแทนระบบปกติ ผมมองว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เพื่อให้ระบบการทำงานของตัวแทนมี

ความเข้มแข็งและมีคุณภาพ ปีนี้ เราจึงต้องอบรมตัวแทนให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเดิมเราเก็น้นการอบรมอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็

มีการนำเอาระบบ I.Success มาใช้สำรวจการทำงานของตัวแทนด้วย ทั้งตัวแทนระบบธรรมดา และ LP เพื่อให้บริษัทฯได้รับรู้

ข้อมูลจากฝ่ายขายอย่างถูกต้อง ชัดเจน จะได้นำไปตัดสินใจใช้ในอนาคตได้”

สำหรับระบบ I.Success นี้ จะนำมาใช้กับตัวแทนทั้ง 2 ระบบ เพื่อให้เขาคีย์ข้อมูลการขายลงในระบบ เพื่อให้บริษัทฯสามารถรับ

รู้ถึงผลงานการขาย รวมถึงคุณภาพของงานของตัวแทนแต่ละคนด้วย ทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้รับ ไปใช้กับช่องทางการขาย

อื่นๆได้ด้วย โดยเฉพาะอัตราความยั่งยืนของกรมธรรม์ของตัวแทนแต่ละคน หรือกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงยอดขายหรือ

ยอดของการรีครูทกลุ่มคน เพื่อเข้ามาทำงานกับบริษัทฯของตัวแทนแต่ละคนแต่ละโซนพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเมื่อบริษัทฯรับ

รู้ข้อมูลต่างๆเหล่านี้อย่างละเอียดและรวดเร็วจากระบบ I.Success ก็จะทำให้บริษัทฯสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและ

สำหรับผลกำไรในการดำเนินงานในช่วง 12 ปีที่ผ่านมานั้น บริษัทเริ่มมีกำไรมาตั้งแต่ปี 2551 โดยมีกำไรจากการรับประกันภัยและจากการลงทุน 37 ล้านบาท แต่พอปี 2552 ได้นำเอาระบบไอทีที่เรียกว่า I.Success เข้ามาใช้ ทำให้ขาดทุน 40 ล้านบาท

เนื่องจากต้องลงทุนด้านไอทีไปถึง 70 ล้านบาท และปี 2553 ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 60 ล้านบาท เพื่อให้ระบบเสร็จสมบูรณ์ ส่งผลให้ในปีนี้ยังขาดทุนสะสมอันเนื่องมาจากการลงทุนในระบบไอทีประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากระบบไอทีทั้งระบบต้องใช้งบประมาณลงทุนถึง 130 ล้านบาท

“เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เราเชื่อว่าในระยะยาวแล้วจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน ดังนั้นคาดว่าประมาณปี 25562557 จะกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง และตั้งแต่ปี 2557 ก็จะมีกำไรอย่างรวดเร็วและยั่งยืนแน่นอน แต่ถ้าไม่ลงทุนวันนี้ แม้จะมีกำไรแต่ทำให้เราหยุดชะงัก” นายเยิน กล่าว

“ วันนี้ หากเราไม่ลงทุน เราก็กำไร แต่เรามองการณ์ไกล เราต้องพัฒนาระบบไอที ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง แล้วก็ส่งผลให้

เราขาดทุน แล้วเก็บเงินไว้เพื่อให้เรามีกำไร แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอนาคตอันใกล้ ต้องลงทุนด้านนี้อยู่ดี ซึ่งจะต้องใช้เงินสูงกว่ามาก แล้วถ้าไม่ลงทุน ก็

ทั้งนี้ ระบบ I.Success จะทำให้สามารถรับรู้ถึงผลงานการขาย รวมถึงคุณภาพของงานของตัวแทนแต่ละคนด้วย และยังนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้กับช่องทางการขายอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อจะทำให้บริษัทสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและทันที

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร