
ทุนยุโรป3แสนล้านมาอาเซียน
เอกชนแนะเพิ่มศักยภาพวางยุทธศาสตร์ประเทศชัดเพื่อดึงเงินลงทุนมาไทย
เอกชนแนะเพิ่มศักยภาพวางยุทธศาสตร์ประเทศชัดเพื่อดึงเงินลงทุนมาไทย
ซีอาร์ซี ชี้ทุนยุโรป 3 แสนล้าน โยกหนีวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปมาลงทุนอาเซียน แนะรัฐเพิ่มศักยภาพวางยุทธศาสตร์ชัด
นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ ซีอาร์ซี กล่าวในงานเสวนา เรื่อง อนาคตประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558 จัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ว่า จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ทราบมาว่าทำให้นักธุรกิจในยุโรปขนาดใหญ่ประมาณ 25 ราย วงเงินลงทุนรวมกว่า 3 แสนล้านบาท เตรียมเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียน เพราะกังวลปัญหาเศรษฐกิจในประเทศตัวเองและยุโรป ดังนั้นหากประเทศไทยปรับตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มศักยภาพประเทศให้สูง เงินทุนยุโรปดังกล่าว จะเป็นโอกาสของไทยอย่างมาก
ไทยมีโอกาสมากในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะขยายตลาดและธุรกิจไปต่างประเทศ สามารถเพิ่มมูลค่าธุรกิจได้มากขึ้น ดังนั้นภาครัฐต้องเป็นองค์กรหลักที่จะผลักดันในเรื่องนี้ ทั้งการอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชน หรือทำหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาแก่ภาคเอกชนที่ต้องการไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เพราะในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานหลักที่จะดูแลภาคเอกชนในเรื่องนี้
นายทศ กล่าวว่า เห็นได้จากปัจจุบันเครือซีอาร์ซี มีคู่ค้ากว่า 7,000 บริษัท และมีศักยภาพไปต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะไปลงทุนหรือขยายต่างประเทศได้อย่างไร โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ส่วนใหญ่จะนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยจำนวนมาก หากมีหน่วยงานกลางให้คำปรึกษาโอกาสที่สินค้าของไทยจะไปขยายตลาดมีอีกมาก เพราะปัจจุบันค้าปลีกของไทยมีมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านบาท
นายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงสำหรับประเทศไทยมากที่สุด ณ เวลานี้ คือภาครัฐ ข้าราชการ ไม่มีการวางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศที่ชัดเจนในอีก 5-10 ปี หรือนานที่สุด 15 ปีเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร
ภาครัฐยังไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านการค้าและการลงทุน เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความมั่นใจได้ และการมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประเทศสามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้ แตกต่างจากประเทศจีนที่รัฐบาลวางแผนลงทุนระยะยาว 5-10 ปีข้างหน้าสามารถลงทุนได้ตามแผนงานที่วางไว้ทุกด้าน ทำให้ใน 30 ปีเศรษฐกิจจีนใหญ่อันดับ 2 ของโลก
ทั้งนี้ สิ่งที่อยากเสนอต่อภาครัฐสำหรับการก้าวเข้าสู่เออีซี คือ การร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งในกรอบขนาดเล็กและใหญ่ ภาครัฐและเอกชนต้องโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ภาครัฐควรมีความเป็นมืออาชีพในการทำงาน และไม่ใช่เป็นเครื่องมือของใคร ควรพัฒนาทักษะการผลิตและฝีมือแรงงาน







