posttoday
6 มาตรฐานการบริหารความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก (ตอนจบ)

6 มาตรฐานการบริหารความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก (ตอนจบ)

15 พฤษภาคม 2555

โดย...ริต้า ทัพภมาน

โดย...ริต้า ทัพภมาน

6 มาตรฐานการบริหารความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก (ตอนจบ)ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วในเรื่องมาตรการบริหารความเสี่ยงในข้อที่ 6 มาตรฐาน Enterprise Risk Management : ERM การบริหารความเสี่ยงเชิงบูรณาการ โดยมีกรอบแนวความคิดด้วยกัน 5 ข้อ และประเด็นในข้อที่ 5 ว่าด้วยขอบเขตในการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมความเสี่ยง 2 ประเภท คือ (ก) ความเสี่ยงที่เป็นจุดอ่อนภายในองค์กรและภัยคุกคามจากภายนอก และ (ข) ความเสี่ยงที่เป็นโอกาสทางบวกทางธุรกิจ วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลในส่วนที่เหลือ ดังนี้

ข้อ 5) ทำให้มาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของ ERM ต่างจากมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงก่อนหน้านี้ ที่ให้ความสนใจเฉพาะความเสี่ยงทางลบเท่านั้น องค์ประกอบหลักที่ดีของการบริหารความเสี่ยงตามแนวทางของ ERM ประกอบด้วย

1) มีความเชื่อมโยงกระบวนการบริหารความเสี่ยงในลักษณะข้ามฝ่ายงานหรือข้ามหน่วยธุรกิจ ด้วยการวางแผนและตัดสินใจร่วมกันในกิจกรรมที่ต้องการการบูรณาการ

2) เปลี่ยนแปลงจากแนวคิดดั้งเดิมที่ยึดการบริหารความเสี่ยงแบบเดี่ยว หรือ Silo เป็นแนวคิดแบบองค์รวม และพิจารณาผลการดำเนินงานและผลกระทบระยะยาวจากความเสี่ยงที่เกิดกับองค์กร

3) มีการจัดสรรเงินทุนดำเนินงานในองค์กร เพื่อให้เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงโดยขึ้นอยู่กับความเบี่ยงเบนของความเสี่ยง ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และวัตถุประสงค์การดำเนินงานขององค์กร

4) มีการประเมินผลการดำเนินงานโดยใช้ตัวเลขทางการเงินตามงบการเงิน แล้วปรับด้วยน้ำหนักของความเสี่ยงก่อน เพื่อให้ได้ผลงานทางการเงินที่สะท้อนภาพผลตอบแทนหลังปรับน้ำหนักความเสี่ยง(Riskadjusted Rate of Return) แล้ว

5) มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ภายใต้เป้าหมายของผลดำเนินงานที่กำหนด และเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการความสูญเสียหรือความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งเป็นผลมาจากความไม่เพียงพอหรือความล้มเหลวของระบบงาน กระบวนการ บุคลากร โครงสร้างเชิงระบบ รวมทั้งเหตุการณ์จากภายนอก

แนวคิดตามมาตรฐาน ERM ได้วางจุดสอบทาน (Checkpoint) ด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กรเพื่อให้ไปในทิศทางของการดำเนินงานเชิงบูรณาการที่ทั่วทั้งองค์กรไว้หลายจุด เช่น

1) การกำหนดเงื่อนไขให้องค์กรเปิดเผยข้อมูลโปร่งใสมากขึ้น

2) เปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เพิ่มความชัดเจน รายละเอียด

ที่เพิ่มขึ้น

3) การเพิ่มประเด็นด้านการรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยีในการประเมิน

4) กำหนดให้มีแผนสำรองหรือแผนฉุกเฉินเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของการดำเนินงาน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า ผู้รับบริการ และแผนกอบกู้ระบบงานที่ปฏิบัติได้จริง โดยใช้เหตุการณ์วินาศกรรมอาคารเวิลด์เทรด หรือ9/11 เป็นต้นแบบ

5) การรับเอาข้อสังเกตหรือแนวคิดเชิงนโยบายของผู้ประเมินที่เป็นองค์กรภายนอก เช่น สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้านเครดิตเป็นเกณฑ์ มาปรับปรุงการบริหารจัดการความเสี่ยง

6) การกำหนดให้มีหน่วยงานในด้านการกำกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์อย่างครบถ้วน

7) การใช้เกณฑ์พิจารณาสภาพแวดล้อมในระดับสากลเป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง

ที่ผ่านมาอุปสรรคสำคัญที่มาตรฐานการบริหารความเสี่ยงแบบ ERM ยังไม่สามารถผลักดันให้นำไปปรับใช้ในองค์กรต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ได้แก่

1) คณะกรรมการของบริษัทตลอดจนผู้บริหารขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดของ ERM

2) ผู้บริหารเห็นว่าการนำเอา ERM ไปใช้จะเพิ่มต้นทุนเพิ่มภาระงาน และเสียเวลาดำเนินกิจกรรมที่ทำกำไรหรือกิจกรรมประจำวัน

3) ไม่มีหลักเกณฑ์ภาคบังคับจากองค์กรหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับการดำเนินงาน

4) ไม่ต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนทำให้ต้องมีการปรับดุลยภาพภายในองค์กรใหม่

5) ตัวมาตรฐาน ERM เองยังขาดแนวทางปฏิบัติที่ดีอย่างชัดเจน

จะเห็นว่ามาตรฐานการบริหารความเสี่ยงระดับสากลที่กล่าวมา เป็นเพียงการให้กรอบแนวทางอย่างกว้างๆ และเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่พึงปฏิบัติ ซึ่งเมื่อองค์กรนำมาปรับใช้จะต้องพิจารณาประเด็นด้านการลดความเสียหายหรือผลทางลบให้น้อยที่สุดด้วย และเป็นกรอบการดำเนินงานที่มากกว่ามาตรฐานการบริหารความเสี่ยงที่กำหนด

ดังนั้น กรอบแนวทางตลอดจนมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงระดับสากลที่มีอยู่จึงไม่ใช่ประเด็นของปัญหาในการบริหารความเสี่ยง หากแต่การนำเอามาตรฐานการบริหารความเสี่ยงเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ภายในองค์กรต่างหากที่ยังไม่เพียงพอ จนกระทั่ง คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการด้านการบริหารความเสี่ยง ผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งให้กำกับและสอดส่องในเรื่องนี้ ไปจนถึงบุคลากรทุกระดับภายในองค์กร ไม่ยอมรับบทบาทของเจ้าภาพความเสี่ยง

ในปลายปี 2552 นี้จะเริ่มมีการประกาศใช้มาตรฐาน ISO 31000 เป็นมาตรฐานใหม่ในวงการบริหารความเสี่ยงของโลก ซึ่งต้องการพลังที่จะขับเคลื่อนให้เป็นกรอบแนวทางสู่การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งจะเป็นพลังที่สูญเปล่าหรือคุ้มค่าหรือไม่นั้น ยังต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อีกระยะ

(ข้อมูลจากบทความของอาจารย์จิรพร สุเมธีประสิทธิ์)

เชิญผู้ประกอบการร่วมสัมมนาหัวข้อ “mai บันไดสู่ความยิ่งใหญ่” วันที่ 24 พ.ค.นี้ เวลา 13.30-17.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำรองที่นั่ง โทร. 08-6885-4981, 02-350-3500 ต่อ 1408, 1405

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่