
Fitchคงเรตติ้งไทยอยู่ที่BBB+
สบน.ปลื้ม Fitch คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยอยู่ที่ BBB+ แต่ยังจับตาปัญหาการเมือง
สบน.ปลื้ม Fitch คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยอยู่ที่ BBB+ แต่ยังจับตาปัญหาการเมือง
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings (Fitch) ว่า Fitch ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินตราต่างประเทศที่ระดับ BBB และสกุลเงินบาทของรัฐบาลที่ระดับ A- ตามแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) พร้อมทั้งยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลเงินตราต่างประเทศของรัฐบาล ที่ระดับ F3 และเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Country Ceiling) ที่ระดับ BBB+
ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะการเงินต่างประเทศที่เข้มแข็งและสัญญาณของเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2554 โดยเห็นว่าการเลือกตั้งดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนโอนอำนาจอย่างมีระเบียบ แต่ยังเร็วเกินไปหากจะสรุปว่าปัญหาการแบ่งแยกทางการเมืองที่หยั่งลึกของไทยจะได้รับการแก้ไข โดยยังเชื่อว่าไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองขึ้นอีก รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการเสื่อมสลายของความโปร่งใสทางการคลังและการบริหารจัดการนโยบายของรัฐ ในขณะเดียวกันภาคธนาคารพาณิชย์ก็ยังถูกจับตามองจากอัตราการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวขึ้นมาก
Fitch คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยในปี 2555 จะขยายตัวได้ถึง 5.5% โดยเห็นว่า เหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบเพียงชั่วคราวต่อเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยในช่วง 5 ปีหลังของไทยที่ไม่รวมผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปี 2550 – 2554 ที่ 3.3% ยังคงไม่เข้มแข็งกว่าประเทศในกลุ่ม BBB ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 2.9% อย่างชัดเจน แต่ไทยยังมีความอ่อนแอด้านโครงสร้างในภาพรวมซึ่งรวมถึงรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่ต่ำ (เท่ากับ 5,000 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ค่ากลางของประเทศกลุ่ม BBB เท่ากับ 8,800 เหรียญสหรัฐ) และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ Fitch มีความกังวลมากกว่าถึงแนวโน้มในการหันไปพึ่งพาช่องทางการใช้เงินนอกงบประมาณเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาล เช่น การมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนต่อผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อ ความโปร่งใสทางการคลัง รวมถึงความไม่เห็นพ้องระหว่าง ธปท. กับรัฐบาลในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ โดยในมุมมองของ Fitch ความไม่ลงรอยกันระหว่างสถาบันหลักเป็นสัญญาณไม่ดีต่อการตัดสินใจนโยบายเศรษฐกิจและอาจขาดความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายของ ธปท. แต่ เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในขณะนี้ แต่ Fitch จะจับตามองอย่างใกล้ชิดอัตราการเติบโตของสินเชื่อได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2554 ที่ 14.9%







