posttoday
'ซีคอน โฮม' ชูระบบสำเร็จรูป100%หวังลดต้นทุน-แรงงานขาด

'ซีคอน โฮม' ชูระบบสำเร็จรูป100%หวังลดต้นทุน-แรงงานขาด

10 พฤษภาคม 2555

ซีคอน โฮม ถือเป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมาเกือบครึ่งศตวรรษ

ซีคอน โฮม ถือเป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมาเกือบครึ่งศตวรรษ

ได้เริ่มปรับแผนการลงทุนเพื่อให้ธุรกิจรับสร้างบ้านเข้าสู่รูปแบบอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านอย่างเต็มตัว โดยจะเริ่มใช้วัสดุสำเร็จรูป 100% หลังจากที่ต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนและแรงงานขาดแคลน

ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มบริษัท ซีคอน โฮม กล่าวว่า จากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาท และการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้าง ส่งผลต่อต้นทุนก่อสร้างบ้านของบริษัทค่อนข้างมาก ทำให้ซีคอนปรับราคาขายบ้านเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาอีก 5-10% โดยในส่วนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างนั้น มีการปรับตัวขึ้นประมาณ 5-10% ส่วนต้นทุนค่าจ้างนั้น ปรับขึ้น 10-15%

'ซีคอน โฮม' ชูระบบสำเร็จรูป100%หวังลดต้นทุน-แรงงานขาด

 

ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนว่าจะต้องเปลี่ยนอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านในเมืองไทย ให้เป็นเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ที่มีการนำระบบอุตสาหกรรมก่อสร้าง 100% หรือการที่ทำทุกอย่างสำเร็จรูปจากโรงงานมาใช้ อาทิ เสา คาน ผนัง โครงหลังคา ชุดบันได แล้วยกมาประกอบหน้างาน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างได้ไม่ต่ำกว่า 30% แถมยังลดการพึ่งพาแรงงานฝีมือได้มาก ไม่ว่าจะเป็นช่างก่ออิฐ ฉาบปูน ซึ่งเป็นช่างฝีมือที่หาได้ยากที่สุดในปัจจุบัน รวมถึงช่างผูกเหล็ก เทคอนกรีต และการใช้วัสดุทดทดแทนไม้ธรรมชาติ ที่ต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

“ที่ผ่านมาธุรกิจรับสร้างบ้านในไทยยังไม่สามารถ เปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรม 100% ได้ เนื่องจากคนไทยยังมีพฤติกรรมชอบต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบวัสดุที่ใช้ภายในบ้านที่จะก่อสร้าง แต่หลังจากที่ต้องเผชิญต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นจากค่าจ้างแรงงาน ค่าวัสดุก่อสร้าง และการขาดแคลนแรงงานมากขึ้น เชื่อว่าธุรกิจรับสร้างบ้านในเมืองไทยจะต้องปรับตัวให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัวในอีกไม่ช้า” ศุภิชชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นั้น เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไม่มากนัก เนื่องจากการไหลเข้า-ออกของกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างคงไม่สูงอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เพราะยังมีปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคในการขยายตลาดในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายของแต่ละประเทศที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขยายตลาดได้อย่างเสรี

ขณะที่ส่วนการไหลเข้าของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านนั้น เชื่อว่าจะไม่สูง แม้ว่าจะมีบริษัทขนาดใหญ่สนใจตลาดอสังหาฯ ในประเทศไทย แต่ในส่วนของตลาดรับสร้างบ้านนั้นถือว่ายังมีขนาดหรือมูลค่ารวมไม่มากพอจะดึงดูดให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาลงทุนในธุรกิจรับสร้างบ้านในไทย ซึ่งยอมรับว่าหลังเปิดเออีซี ตลาดจะมีการปรับตัวมากขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขัน การไหลเข้าออกของแรงงาน โดยเฉพาะที่อยู่ในวิชาชีพ สถาปนิก และวิศวกร ส่วนแรงงานระดับล่างนั้น หากยังขาดทักษะนั้นจะเคลื่อนย้ายได้ค่อนข้างยาก

สำหรับในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาซีคอนสามารถสร้างยอดขายรวมได้ 413 ล้านบาท หรือมียอดจองสร้างบ้านแล้ว 109 หลัง จากเป้าขายทั้งปีที่วางไว้ 1,400 ล้านบาท หรือจำนวน 300 หลัง ซึ่งปีนี้บ้านที่ก่อสร้างจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8-4 ล้านบาทต่อหลัง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีราคาเฉลี่ย 2.5-3 ล้านบาทต่อหลัง เป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งปีนี้หากสภาพเศรษฐกิจในประเทศ และการเมืองไม่ผันผวนมากระทบหนัก เชื่อว่าธุรกิจรับสร้างบ้านที่มีการปรับตัวย่อมอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่