
ห่วงใช้พรบ.มั่นคงฯฉุดลงทุนทรุด
โพสต์ทูเดย์
— ห่วงรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง สะเทือนความเชื่อมั่น ฉุดลงทุนนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการลงทุน และอุตสาหกรรม ยิ่งถ้าประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 1123 มี.ค.นี้ จะยิ่งทำให้การลงทุนชะลอออกไปแน่นอน และทำให้บรรยากาศการลงทุนในเมืองไทยแย่ลง
สถานการณ์ต่างๆ ในเวลานี้ มีส่วนทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความไม่แน่ใจ ไม่สามารถคาดการณ์อนาคต และปัญหาจะยืดเยื้อยาวนานเท่าไร ส่งผลต่อตัดสินใจเข้ามายื่นขอส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) คงต้องชะลอออกไปด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อรอดูสถานการณ์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังกลัวว่าจะมีการปิดเส้นทางคมนาคมอย่างในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งนักธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการปิดเส้นทางคมนาคม ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ เพราะจะกระทบต่อการส่งสินค้าทั่วประเทศ รวมทั้งธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงก็จะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงด้วย
“
หากเป็นการชุมนุมคัดค้านธรรมดา ไม่ปิดเส้นทางขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนจะยังคงเดินหน้าต่อได้ แต่หากสถานการณ์รุนแรงและยืดเยื้อจะกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน และแน่นอนว่าการลงทุนคงต้องชะลอออกไป” นายชาญชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม บีโอไอจะยังคงเดินหน้ากิจกรรมชักจูงนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปีที่แล้วที่มีปัญหาทั้งการเมืองในประเทศ และวิกฤตเศรษฐกิจจากต่างประเทศ แต่บีโอไอก็เร่งจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อปัญหาเริ่มคลี่คลายก็มีนักลงทุนยื่นคำขอส่งเสริมการลงทุนเข้ามามากช่วงปลายปี
ส่งผลให้ยอดส่งเสริมการลงทุนพุ่งสูงขึ้นถึง 7 แสนล้านบาท อีกทั้งจะส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศด้วย
ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า การเดินทางไปชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศในปีนี้ จะมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยกระจายการดึงดูดการลงทุนไปในทุกพื้นที่ แต่จะเน้นไปที่จีนและอินเดียเป็นประเทศเป้าหมาย
ขณะที่ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป ก็ยังคงให้ความสำคัญอยู่ เนื่องจากบางบริษัทขนาดใหญ่ยังคงมีศักยภาพในการขยายการลงทุน รวมทั้งการเดินทางไปโรดโชว์จะไปศึกษาดูลู่ทางการทำธุรกิจของนักลงทุนไทยด้วย
“จากสายตานักลงทุนต่างชาติคงไม่ต้องการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศที่มีปัญหาทางสังคม และการเมือง ดังนั้นปัญหาการเมืองในประเทศจึงไม่ควรจะเกิดความรุนแรง” นางอรรชกา กล่าวสำหรับผลการเดินทาง ไปชักจูงการลงทุนที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพื่อขยายโอกาสและความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับรัฐบาลคุนหมิง และภาคเอกชน โดยบีโอไอมีแผนจะจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนแห่งใหม่ ที่นครคุนหมิง ซึ่งหลังจากหารือกับฝ่ายจีนแล้วก็ได้รับความเห็นชอบเป็นอย่างดี
ดด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ถือเป็นเรื่องดี ในแง่ที่จะเป็นตัวช่วยเตือนผู้ชุมนุมอยู่ในขอบเขตตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมองว่าจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากนัก เพราะที่ผ่านมาเคยประกาศใช้แล้ว และประชาชนส่วนใหญ่ก็ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการชุมนุม และมีประสบการณ์จากการประกาศใช้ในครั้งก่อน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดคือต้องควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรง หากเกิดความรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทันที และหากสถานการณ์ลากยาว ไม่รุนแรง แต่ยืดเยื้อกระจายไปทุกจุดก็จะส่งผลกระทบและทำลายบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัวด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว







