
แห่เปิดแอร์หนีร้อนทำไฟพีกรอบที่5
ไฟพีกทำลายสถิติรายวันรอบที่ 5 แตะ 25,551 เมกะวัตต์ กฟผ.ลุ้นวันที่ 26 เม.ย. ร้อนสูงสุด ยันสำรองไฟฟ้าเพียงพอกว่า 20%
ไฟพีกทำลายสถิติรายวันรอบที่ 5 แตะ 25,551 เมกะวัตต์ กฟผ.ลุ้นวันที่ 26 เม.ย. ร้อนสูงสุด ยันสำรองไฟฟ้าเพียงพอกว่า 20%
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ทำสถิติสูงสุด (พีก) เป็นครั้งที่ 5 ของปีนี้ ที่ระดับ 25,551 เมกะวัตต์ จากล่าสุดที่ไฟพีกเมื่อวันที่ 20เม.ย. ที่ 25,178 เมกะวัตต์ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด แม้ว่าบางพื้นที่จะมีฝนตกในช่วงเช้าก็ตาม
นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.ได้จัดสรรปริมาณสำรองไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการ โดยสำรองไฟฟ้าอยู่ 20% หรือประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ ซึ่งประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าขาดเนื่องจากการบริหารเชื้อเพลิงเข้าส่าภาวะปกติแล้ว เพียงแต่ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันประหยัดไฟฟ้าด้วย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในวันที่ 26 เม.ย.นี้จะมีการทำลายสถิติไฟพีกอีกครั้ง เพราะอุณหภูมิวันนั้นคาดว่าจะสูงสุดในรอบปีนี้ที่ 40 องศาเซลเซียส โดย กฟผ.ตั้งแนวรับจะเกิดไฟพีกไว้ที่ 25,700 เมกะวัตต์ทั้งนี้ที่ผ่านมาการทำลายสถิติไฟพีคในแต่ละปีสามารถเกิดขึ้นได้หลายครั้ง โดยปีที่ไฟพีคมากสุด 9ครั้งเกิดขึ้นเมื่อปี2553
นายพิบูลย์ กล่าวถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการขยายตัวทุกเดือนโดยในช่วง 20 วันแรกของเดือนเม.ย.การใช้พลังงานไฟฟ้าขยายตัว 8.4% ในขณะที่เดือนม.ค. ขยายตัว 5.9% เดือนก.พ. ขยายตัว 6.9 % และเดือนมี.ค. ขยายตัว 12.1%
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรคกูเลเตอร์) ได้รายงานข้อสรุปตัวเลขการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัติโนมัติ(เอฟที) ให้นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน รับทราบแล้ว โดยจะประกาศค่าเอฟทีงวดใหม่ รอบเดือนพ.ค.ส.ค.ที่จะเรียกเก็บในบิลของผู้ใช้ไฟฟ้า จะต้องปรับขึ้น38สต./หน่วย จากปัจจุบันที่ตรึงค่าเอฟทีไว้
สำหรับค่าเอฟทีที่ต้องปรับขึ้นในอัตราดังกล่าว เป็นการปรับขึ้นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากค่าเอฟทีที่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงจริงต้องปรับขึ้นในระดับ57 สต./หน่วย โดยรัฐบาลได้สั่งการให้เรคกูเลเตอร์ไปเจรจากับกฟผ. เพื่อขอให้ช่วยรับภาระค่าเอฟทีแทนประชาชนอีกงวดหนึ่ง ดังนั้นค่าเอฟทีงวดใหม่จึงเรียกเก็บเพียง38สต/หน่วย และอีก19 สต./หน่วย ทางกฟผ.จะยอมรับภาระต่อไปอีกงวดหนึ่ง
ทางกฟฟ.ได้คาดการณ์ว่า หากปีนี้มีการตรึงค่าเอฟทีตลอดปีจะต้องรับภาระแทนประชาชนคิดเป็นมูลค่ากว่า2 หมื่นล้านบาท แต่การที่เรคกูเลเตอร์อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าเอฟทีในรอบเดือนพ.ค.ส.ค.นี้จะทำให้กฟผ.รับภาระแทนประชาชนลดลงในระดับหนึ่ง ในขณะที่ปีที่ผ่านได้ช่วยรับภาระค่าเอฟทีแทนประชาชนไปแล้วรวม8,000 ล้านบาท
นายกตัญญู ใจชื้น ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าในปีนี้สภาพอากาศจะมีความแห้งแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา แม้อ่างเก็บน้ำต่างๆ จะยังมีมากกว่า 80% แต่หากถึงสิ้นเดือน พ.ค. ยังไม่มีฝนตก ก็อาจเกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาของ จ.แม่ฮ่องสอน







