
ชัจจ์ล้มประมูลรถไฟสายสีแดง
‘บางซื่อรังสิต’หลังราคาพุ่งสูง เตรียมปรับเพิ่มราคากลางใหม่
‘บางซื่อรังสิต’หลังราคาพุ่งสูง เตรียมปรับเพิ่มราคากลางใหม่
“ชัจจ์” สั่งร.ฟ.ท.ล้มประกวดราคาโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต หลังล่าช้าสรุปราคาไม่ได้
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีความเห็นให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยกเลิกการประกวดราคาโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต สัญญาที่ 1 หรืองานก่อสร้างงานโยธา สถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง เนื่องจากราคาสุดท้ายที่กลุ่มกิจการร่วมค้า SU ประกอบด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เสนอที่ 31,170 ล้านบาท แต่กรอบ วงเงินของ ร.ฟ.ท.อยู่ที่ 27,344 ล้านบาท ทำให้กระทรวงตัดสินใจเปิดประกวดราคาใหม่ โดยกำหนดกรอบวงเงินให้สะท้อนต้นทุนในปัจจุบัน
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดดำเนินโครงการรถไฟสายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต ให้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะปัจจุบันโครงการรถไฟสายสีแดงช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ ก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ไม่สามารถเดินรถไฟฟ้าได้เนื่องจากระบบรถไฟฟ้าและระบบอาณัติสัญญาณจะประกวดราคาและก่อสร้างไปพร้อมกับโครงการรถไฟสายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต
อย่างไรก็ตาม การประกวดราคาดังกล่าวล่าช้ากว่า 1 ปี เพราะติดปัญหาเรื่องกรอบวงเงินที่ต่ำกว่าข้อเสนอของผู้รับเหมาก่อสร้างกว่า 3,800 ล้านบาท ซึ่งตามหลักการระเบียบพัสดุของไทยไม่สามารถประกวดราคาได้ แต่เนื่องจากโครงการนี้ใช้วิธีการประกวดราคาแบบนานาชาติ ซึ่งดำเนินการตามระเบียบขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจกา จึงประกวดราคาได้ ทำให้ ร.ฟ.ท.ต้องพิจารณาแนวทางการดำเนินงานอย่างรอบคอบ และยังไม่ประกาศผลการประกวดราคาส่งผลต่อเนื่องถึงการเปิดซองข้อเสนอสัญญาที่ 2 ในงานโยธาสำหรับทางรถไฟ ระยะทาง 21 กม. วงเงิน 18,861 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ได้เสนอให้คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ซึ่งมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธาน พิจารณาปรับเพิ่มกรอบวงเงินโครงการรถไฟสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นเงิน 80,373 ล้านบาท จากเดิม 75,548 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตามระเบียบพัสดุของ ร.ฟ.ท. พ.ศ. 2544 ที่เปิดโอกาสให้ปรับเพิ่มกรอบวงเงินได้ไม่เกิน 10%
ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องปรับกรอบวงเงิน เพราะกรอบวงเงินเดิมคิดเมื่อปี 2552 แต่ขั้นตอนดำเนินงานจนกว่าจะประกวดราคาแบบนานาชาติใช้เวลากว่า 4 ปี ทำให้ราคาไม่เป็นปัจจุบัน นอกจากนั้นปัญหาความล่าช้าในการประกวดราคาโครงการดังกล่าวยังทำให้ ร.ฟ.ท.ต้องเสียค่าปรับจากการไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามกำหนด ซึ่งไจกาเป็นผู้ปรับเฉลี่ยเดือนละ 1.8 ล้านบาท รวมเป็นเงินจนถึงปัจจุบันประมาณ 37.4 ล้านบาท ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะต้องเจรจากับไจกาเพื่อยกเว้นต่อไปเพราะความล่าช้าที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะไจก้าด้วย







