
กรุงไทยโวปีนี้แตะ4.4แสนล.
เร่งออกกองโครงสร้างพื้นฐาน เดือนหน้าปล่อยอีทีเอฟฮั่งเส็ง
เร่งออกกองโครงสร้างพื้นฐาน เดือนหน้าปล่อยอีทีเอฟฮั่งเส็ง
บลจ.กรุงไทย ได้ใจ 3 เดือนแรกโต 13% สิ้นปีนี้ขอเอยูเอ็ม 4.4 แสนล้านบาท เร่งเครื่องกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เดือนหน้าเล็งออกอีทีเอฟดัชนีฮั่งเส็ง
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของ บลจ.กรุงไทย เพิ่มขึ้น 4.8 หมื่นล้านบาท หรือ 13% ขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนเพิ่มขึ้น 7% โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มเอยูเอ็มเป็น 4.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2554
“เอยูเอ็ม 3 เดือนแรกที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท (TLGF) มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท และส่วนหนึ่งเพราะสาขาของธนาคารกรุงไทยทำงานเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะสาขาในภูมิภาคที่มีส่วนช่วยขยายฐานลูกค้าของ บลจ.กรุงไทย เนื่องจากฐานลูกค้าของธนาคารกรุงไทยในส่วนภูมิภาคจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ ขณะที่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเป็นภาคราชการ นอกจากนี้การแข่งขันระดมเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจลดความเข้มข้นลง” นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในปัจจุบันสัดส่วนยอดขายระหว่างสาขาในภูมิภาคเพิ่มขึ้นเป็น 40% เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งยอดขายสาขาภูมิภาคอยู่ที่ 30% และสาขา กทม. 70%
“บลจ.กรุงไทย เดินมาถูกทางแล้ว ที่ขยายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาค เพราะยอดขายดีขึ้น” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า ในเดือน พ.ค. บลจ.กรุงไทย มีแผนจะออกกองทุนอีทีเอฟที่ลงทุนในดัชนีฮั่งเส็ง เพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะออกกองทุนอีทีเอฟอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก เช่น อีทีเอฟตราสารหนี้ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำอีทีเอฟในประเทศ
นายสมชัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานว่า บลจ.กรุงไทย มีความพร้อมที่จะออกกองทุนประเภทนี้ โดยคาดว่า เร็วๆ นี้จะสามารถออกกองทุนที่ลงทุนในโรงไฟฟ้า ที่ขายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรม
“มูลค่าโครงการน่าจะอยู่ระหว่าง 2,000-6,000 ล้านบาท เพราะต้องขึ้นอยู่กับว่าทางโรงไฟฟ้าต้องการกู้ในสัดส่วนเท่าใด และต้องการระดมทุนผ่านกองทุนเป็นสัดส่วนเท่าใด สำหรับอัตราผลตอบแทนยังอยู่ระหว่างการเจรจา” นายสมชัย กล่าว







