posttoday
เอกชนไทยหันวางแผนเผชิญความเสี่ยง

เอกชนไทยหันวางแผนเผชิญความเสี่ยง

02 เมษายน 2555

นักธุรกิจไทยปรับตัววางแผนรับมือความเสี่ยงหลายรูปแบบ เพื่อพร้อมเผชิญวิกฤตทั้งจากภัยธรรมชาติและวิกฤตเศรษฐกิจ

นักธุรกิจไทยปรับตัววางแผนรับมือความเสี่ยงหลายรูปแบบ เพื่อพร้อมเผชิญวิกฤตทั้งจากภัยธรรมชาติและวิกฤตเศรษฐกิจ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยระหว่างสัมมนาวิชาการ เรื่อง รับมือกับวิกฤตภัย ปรับตัวอย่างไรให้ธุรกิจไทยยั่งยืน ว่า ปัจุบันธุรกิจไทยต้องเผชิญกับวิกฤตจากหลายด้านและหลายสาเหตุ เช่น วิกฤตภัยธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ เป็นต้น ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมต้องมีแผนรับมือความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งจากการสำรวจบริษัทต่างๆพบว่า มีการจัดทำแผนรับมือความเสี่ยง เช่น การกระจายกำลังการผลิตไปสถานที่ต่างๆ การแยกใช้บริษัทชิ้นส่วนหลายบริษัท เพื่อไม่ต้องพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป และหากเกิดปัญหาจะได้ไม่มีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. และประธานคณะอนุกรรมการด้านการประสานความร่วมมือและสร้างความมั่นใจกับภาคเอกชน กล่าวว่า ขณะนี้มีวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ คือ ราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น น้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียม (แอลพีจี) ซึ่งมีสาเหตุจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับประเทศตะวันตก ทำให้แนวโน้มราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่รัฐบาลเลือกที่จะตรึงราคาพลังงานที่สำคัญบางชนิด เช่น น้ำมันดีเซล โดยมีนโยบายลดภาษีสรรพสามิตลงประมาณ 5 บาทต่อลิตร ทำให้ประเทศต้องเสียรายได้ราว 1.2 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อใช้ในการอุดหนุน

"การที่รัฐบาลลดภาษีดีเซลมาเป็นเวลานาน ดูแล้วก็เหมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่ ดังนั้นต้องบริหารจัดการให้ดี นอกจากนี้ต้องดูแลราคาพลังงานชนิดอื่นให้เหมาะสม เช่น การอุดหนุนแอลพีจีครัวเรือน รวมทั้งประเมินสถานการณ์การกู้เงินเพื่อรักษาสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจติดลบมากกว่านี้"นายประเสริฐกล่าว

นอกจากนี้ มีอีกวิกฤตที่เกิดขึ้นในไทยแต่รัฐบาลและประชาชนยังไม่ตระหนักหรือรับรู้ข้อมูลมากนัก คือ ภาวะการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ)ที่เข้ามาในเมืองไทยลดลง เพราะเมื่อเทียบตัวเลขการลงทุนตั้งแต่ปี 2547 ถึงปี 2554 พบว่าอัตราการขยายตัวลดลง โดยระหว่างปี 2547-2552 ขยายตัวประมาณ 17% ส่วนปี 2553-2554 ขยายตัว 6%

ด้านความสามารถทางการแข่งขันของประเทศเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในโลก ของไทยก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยปี 2553-2554 ไทยอยู่อันดับที่ 35 ขณะที่ปี 2554-2555 ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 39

ทั้งนี้ ภาพรวมที่เกิดขึ้นรัฐบาลต้องประสานกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และควรทำอย่างเร่งด่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เพราะไทยเป็นประเทศที่เหมาะแก่การลงทุน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่