
ถือหุ้นหน้าบานฟันปันผลแบงก์
ปี 2554 แม้ภาคธุรกิจไทยจะสำลักน้ำ และหลายธุรกิจถึงขั้นจมน้ำ แต่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์กลับสร้างกำไรต่อเนื่อง จึงเป็นอีกปีที่ธนาคารพาณิชย์แข่งกันจ่ายปันผลอู้ฟู่
ปี 2554 แม้ภาคธุรกิจไทยจะสำลักน้ำ และหลายธุรกิจถึงขั้นจมน้ำ แต่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์กลับสร้างกำไรต่อเนื่อง จึงเป็นอีกปีที่ธนาคารพาณิชย์แข่งกันจ่ายปันผลอู้ฟู่
ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารจะขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลปี 2554 อีกหุ้นละ 4 บาท จากช่วงระหว่างกาลจ่ายไปแล้วหุ้นละ 2 บาท รวมเป็นผู้ถือหุ้นจะได้ปันผลหุ้นละ 6 บาท มากกว่าปีก่อนที่จ่ายทั้งปีหุ้นละ 5 บาท เนื่องจากปี 2554 ธนาคารทำกำไรได้ดี ซึ่งจากสถิติการจ่ายปันผล 4 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าธนาคารจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นปีละ 1 บาท
ทั้งนี้ ธนาคารต้องใช้เงินทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 41% ของกำไรสุทธิปี 2554 ซึ่งทำได้ 2.7 หมื่นล้านบาท
“กำไรที่เพิ่มขึ้นทุกปีจะส่งผลต่อเงินปันผลที่ดีขึ้น 4 ปีที่แล้วธนาคารจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 3 บาท แล้วก็ขึ้นมา 4 บาท 5 บาท และ 6 บาท” ไชยฤทธิ์ กล่าว
ด้านธนาคารกสิกรไทยจะขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 2 บาท เป็นเงิน 4,786 ล้านบาท จากระหว่างกาลจ่ายไปแล้วหุ้นละ 0.5 บาท เป็นเงิน 1,196 ล้านบาท รวมทั้งปีจ่ายปันผลหุ้นละ 2.5 บาท รวมเป็นเงินปันผลปี 2554 ที่ธนาคารต้องจ่ายทั้งสิ้น 5,983 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 27% ของกำไรสุทธิ
ธนาคารไทยพาณิชย์จะขอจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 2.5 บาท จากที่จ่ายระหว่างกาลไปแล้ว 1 บาท เป็นเงิน 3,399 ล้านบาท รวมทั้งปีธนาคารจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 3.5 บาท เป็นเงิน 11,897 ล้านบาท คิดเป็น 32.8% ของกำไรสุทธิปี 2554 ซึ่งเป็นการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นจากปี 2553 หุ้นละ 0.5 บาท ทั้งปีได้หุ้นละ 3 บาท
ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กก็จ่ายปันผลในระดับสูง ธนาคารเกียรตินาคินจ่ายเงินปันผลปี 2554 ในอัตราที่เท่ากับปี 2553 คือหุ้นละ 2.4 บาท แม้ปี 2554 กำไรต่อหุ้นจะลดลงอยู่ที่ 4.5 บาท จากปี 2553 กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 4.97 บาท เป็นอัตราการจ่ายปันผลของธนาคารที่มากสุดตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งอยู่ที่หุ้นละ 1.5 บาท
ทั้งนี้ ธนาคารเกียรตินาคินมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่เกินกว่า 60% ของกำไรสุทธิในแต่ละปี โดยปี 2554 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,927 ล้านบาท การจ่ายปันผลทั้งปีหุ้นละ 2.4 บาท จึงคิดเป็น 53.26% ของงบการเงินรวมธนาคาร โดยธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 1 บาท เหลืออีก 1.4 บาท ที่จะขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งต้องใช้เงินรวมทั้งสิ้น 1,522 ล้านบาท
ด้านธนาคารทิสโก้จะขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลหุ้นละ 2.35 บาท คิดเป็นเงินรวม 1,711 ล้านบาท หรือ 52.4% ของงบการเงินรวม ซึ่งเป็นนโยบายของธนาคารที่จะจ่ายเงินปันผลประมาณ 50% หรือสูงกว่าของกำไรสุทธิแต่ละปี
ขณะที่ทิศทางการสร้างกำไรของธุรกิจธนาคารในไตรมาสแรกปีนี้ยังสดใส
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก เปิดเผยบทวิเคราะห์ผลกำไรในไตรมาสแรกของธนาคารกรุงเทพ โดยคาดว่าจะมีผลกำไรสุทธิ 6,770 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากช่วงเดียวของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 15% จากกำไรในไตรมาสที่ผ่านมา แม้ส่วนต่างดอกเบี้ยจะมีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนการระดมเงินฝาก โดยคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตใกล้เคียงระดับ 3% ซึ่งเป็นผลมาจากแรงหนุนในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความต้องการกู้เงินเพื่อขยายกำลังการผลิต
ในส่วนกำไรสุทธิของธนาคาร กสิกรไทยนั้น คาดว่าไตรมาสแรกจะอยู่ที่ 5,960 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3% ซึ่งเป็นฤดูกาลสินเชื่อต้นปี ทำให้สินเชื่อในช่วง 2 เดือนแรกหดตัว 0.2%
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่า แนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีของเศรษฐกิจไทย บริษัทจึงได้ปรับประมาณการการเติบโตของสินเชื่อในระบบปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 13% และเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิทั้งระบบขึ้นอีก 2.2%
ปีนี้จึงน่าจะเป็นอีกปีที่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์สร้างกำไรได้ต่อเนื่อง แข่งกันสร้างสถิติใหม่ให้ผู้ถือหุ้น







