
การเมืองสั่งฟื้นบัตรอีลิท
ล้มไม่ได้หวั่นเป็นแผล‘ทักษิณ’ บอร์ดทีพีซีสรุปทางออก2เม.ย.
ล้มไม่ได้หวั่นเป็นแผล‘ทักษิณ’ บอร์ดทีพีซีสรุปทางออก2เม.ย.
ททท.กุมขมับ ฝ่ายการเมืองสั่งเดินหน้าบัตรอีลิทการ์ดอีกรอบ วงในโครงการนี้เลิกไม่ได้ เพราะทักษิณเป็นคนตั้ง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด หรือทีพีซี ผู้บริหารบัตรอีลิทการ์ด วันที่ 2 เม.ย.นี้จะมีการหารือเพื่อหาทางออกให้กับบัตรอีลิทการ์ดให้สามารถดำเนินการต่อไปอีกครั้ง หลังจากที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มีคำสั่งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หาวิธีปิดกิจการบัตรดังกล่าว เนื่องจากประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก
เนื่องจากขณะนี้ฝ่ายการเมืองต้องการให้ฟื้นโครงการบัตรอีลิทการ์ดกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากโครงการนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี หากปล่อยให้ถูกปิดจะกลายเป็นผลงานที่ไม่ประสบความสำเร็จของอดีตนายกฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวแน่นอน
“บัตรอีลิทการ์ดจะไม่ถูกยกเลิกแน่นอน แต่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยหลังจากนี้ ททท.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จะต้องเสนอแนวทางการแก้ปัญหาและแผนการตลาดใหม่ของบัตรอีลิทการ์ดมาให้กระทรวงเห็นชอบ เพื่อเสนอให้ ครม.มีมติใหม่เพื่อหักล้างกับมติ ครม.เดิม” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. ในฐานะประธานบอร์ดทีพีซี เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ดวันที่ 2 เม.ย... จะมีการหารือถึงแนวทางการบริหารงานของทีพีซีในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการปิดกิจการตามมติ ครม. รวมถึงการเดินหน้าบัตรอีลิทการ์ดอีกครั้งหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ สาเหตุที่จะมีการหารือเรื่องการเดินหน้าบัตรอีลิทการ์ดอีกครั้ง เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตจากผู้ใหญ่หลายท่านว่า ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา ซึ่งนายกฯ ยังต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย และการที่ประเทศไทยจะยกเลิกโครงการบัตรอีลิทการ์ด ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาเองในช่วงนี้ไม่น่าใช่เรื่องที่สมควร
“บัตรอีลิทการ์ดยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้ หากเราเลิกโครงการในช่วงนี้ นักลงทุนยิ่งไม่เชื่อมั่นประเทศไทยไปมากกว่านี้ ซึ่งในช่วงนี้เราไม่ควรซ้ำเติมประเทศประกอบกับสมาชิกบัตรที่มีกว่า 250 คนในขณะนี้ถือว่าเป็น ซีอีโอ ของบริษัทต่างชาติระดับท็อปๆ อยู่แล้ว” นายสุรพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม บอร์ดทีพีซีต้องเสนอแผนการแก้ปัญหาบัตรให้ชัดเจน หากต้องการให้เดินหน้าต้องปรับรูปแบบการทำตลาดใหม่หมด โดยจะต้องทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยใช้บัตรอีลิทการ์ดเป็นพริวิเลจสำหรับนักลงทุนตัวจริง เป็นเครื่องมือที่จะสร้างความสะดวกและดึงดูดให้เกิดการลงทุนจริงๆ ไม่ใช่ไปเร่ขาย







