
โค่นยางเก่า30ปีได้เพิ่มไร่ละหมื่น
รมต.เต้น ตะครุบข้อเสนอโค่นยางเก่า 30 ปี แจกทันที 1 หมื่นต่อไร่ คาดลดผลิต 6.5 หมื่นตันต่อปี ดันราคาตลาดพุ่ง
รมต.เต้น ตะครุบข้อเสนอโค่นยางเก่า 30 ปี แจกทันที 1 หมื่นต่อไร่ คาดลดผลิต 6.5 หมื่นตันต่อปี ดันราคาตลาดพุ่ง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้แจ้งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ว่า จะเสนอคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง (กสย.) ซึ่งเป็นบอร์ดยาง ให้พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้ชาวสวนยางที่โค่นต้นยางอายุ 30 ปีขึ้นไป ในอัตรา 1 หมื่นบาทไร่ เพิ่มเติมจากเงินสงเคราะห์การปลูกยางใหม่ 1.6 หมื่นบาทต่อไร่ ที่ สกย.จ่ายให้สำหรับการโค่นยางอายุ 25 ปี เพื่อเป็นการจูงใจเกษตรกรให้โค่นยางเก่าเพื่อปลูกยางใหม่ หลังจากที่ผ่านมาราคายางดีทำให้เกษตรกรไม่ยอมโค่นยางเก่าทิ้ง
“ส่วนแหล่งเงินชดเชยการโค่นนั้น คาดว่าจะใช้เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยางหรือเงินเซสมาชดเชย ที่ปัจจุบันมีเงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป้าหมายโค่นยางเก่า 5 แสนไร่ ก็จะใช้เงินประมาณ 5,000 ล้านบาท มาชดเชยให้กับเกษตรกร ซึ่งหากโค่นได้ตามเป้าจะลดปริมาณผลผลิตได้ประมาณ 6.5 หมื่นตัน จะส่งผลให้ราคายาง 108-112 บาท เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 120 บาทต่อกิโลกรัม เพราะไทยเป็นผู้ผลิตยาง 3.5 ล้านตัน ในขณะที่สต๊อกยางโลกอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน” นายณัฐวุฒิ กล่าว
นอกจากนั้น ที่ประชุม กนย. มีมติเดินหน้าโครงการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราระยะที่ 3 แต่ลดเป้าหมายจาก 8 แสนไร่ เหลือ 656,500 ไร่ ซึ่งขณะนี้มีการปลูกยางในโครงการแล้ว 5.65 หมื่นไร่ ในปี 2555 ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ปลูก 3 แสนไร่ และปี 2556 ปลูกอีก 3 แสนไร่ ขณะที่การจัดหากล้ายางปี 2555 จะใช้วิธีประมูล แต่เพิ่มราคากล้ายางเป็น 36 บาทต่อกล้า
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นข้อเสนอของตัวแทนสมาคมยางพาราไทย กรรมการ กนย. ต่อที่ประชุมให้จูงใจเกษตรกรโค่นยางเก่า เพราะที่ผ่านมาข้อตกลงของ 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย มีเป้าหมายต้องโค่นยางเก่าเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา 3 ประเทศ ประเทศละ 4 แสนไร่ต่อปี ซึ่งหากที่ประชุมบอร์ดวันที่ 28 มี.ค. อนุมัติตามข้อเสนอดังกล่าว เกษตรกรจะได้เงินพิเศษอีกไร่ละ 1 หมื่นบาทเพิ่มเติม
นายเพิก เลิศวังพงศ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจันทบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการโค่นยางเก่า แต่ต้องทำระยะสั้น 1 ปีเท่านั้น เพื่อให้มีผลกระทบตลาดในเบื้องต้น







