
บัวหลวงลุยหุ้นมีบรรษัทภิบาล
หนุนกิจการโตยั่งยืนปันผลดีทหารไทยจัด3ทัพลงทุนผสม
หนุนกิจการโตยั่งยืนปันผลดีทหารไทยจัด3ทัพลงทุนผสม
บัวหลวง เปิดตัวกองหุ้นเน้นกำกับดูแลกิจการที่ดี หนุนโตยั่งยืน มีปันผลสูง “ทหารไทย” ชู 3 กองทุนผสมตอบโจทย์ผู้ลงทุน
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง (บลจ.บัวหลวง) เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) มีนโยบายลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องการซื้อขาย มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงต่อเนื่อง
กองทุนมีโอกาสรับเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ แม้ในช่วงภาวะตลาดผันผวนสูง เงินปันผลที่ได้รับจะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา ส่วนเหตุผลที่เลือกลงทุนบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี เนื่องจากเชื่อมั่นว่าแม้บริษัทจะแข็งแกร่งหรือมีแนวโน้มเติบโตที่ดี หากผู้บริหารไม่มีการกำกับดูแลที่ดีก็จะไม่สามารถเติบโตและสร้างกำไรที่ยั่งยืน
บริษัทจะเปิดขายกองทุนตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.3 เม.ย. 2555 ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ด้านนายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ลงทุน ล่าสุดได้ออกกองทุนใหม่ 3 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนผสม จัดสรรการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้แตกต่างกันตามระยะเวลาการลงทุน เปิดขายครั้งแรกวันที่ 28 มี.ค.-5 เม.ย. 2555
สำหรับกองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุนระยะสั้น (กองทุน S) เหมาะกับผู้ต้องการลงทุนระยะ 2-3 ปี โดยจะลงทุนหุ้นไม่เกิน 15% ของมูลค่าสินทรัพย์ และอีก 85% เน้นลงทุนตราสารหนี้ในประเทศก่อน
กองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุนระยะปานกลาง (กองทุน M) เหมาะกับลงทุนระยะ 3-5 ปี โดยลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% ที่เหลือเป็นตราสารหนี้ ส่วนกองทุนเปิดทหารไทยจัดทัพลงทุนระยะยาว (กองทุน L) เหมาะกับลงทุนประมาณ 5 ปีขึ้นไป โดยไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น แต่คาดว่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 60% ขึ้นไป
นอกจากนี้ เปิดให้กองทุนปรับพอร์ตลงทุนตามสภาวะ โดยกองทุน S ลงทุนหุ้นได้ในช่วง 5-25% กองทุน M อยู่ที่ 15-45% และกองทุน L อยู่ที่ 35-85% ซึ่งจากข้อมูล 13 ปีย้อนหลัง พบว่าผลตอบแทนคาดหวังของกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% ต่อปี 7-8% ต่อปี และ 9-10% ต่อปี ตามลำดับ
“กองทุนผสมที่มีอยู่ในระบบไม่ได้รับความนิยม อาจเพราะนักลงทุนไม่รู้ว่าลงทุนอะไรบ้าง แต่ขึ้นอยู่กับผู้จัดการกองทุนจะเลือก ซึ่ง 3 กองทุนนี้มีกรอบการลงทุนชัดเจน และช่วยให้นักลงทุนขยับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และเลือกได้เหมาะสมกับตัวเองตามระยะเวลาลงทุน” นายสมจินต์ กล่าว
นอกจากนี้ มองว่าดัชนีหุ้นระดับ 1,200 จุด ไม่ได้ถูกหรือแพงเกินไป







