
ลูกค้าชะลอติดก๊าซรถ
มึนนโยบายราคาพลังงาน-ค่ายรถยนต์แห่ผลิตรถติดก๊าซ
มึนนโยบายราคาพลังงาน-ค่ายรถยนต์แห่ผลิตรถติดก๊าซ
เอสซีจี ออโต้แก๊สชี้ ผู้บริโภคมึนนโยบายพลังงานรัฐไม่ชัดเจน ทำยอดติดก๊าซสะดุด แต่ยังเชื่อภาพรวมทั้งปีโต 10%
นายอภิสิทธิ์ ธนาดำรงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี ออโต้แก๊ส เปิดเผยว่า ขณะนี้ความต้องการติดตั้งระบบก๊าซรถยนต์ทั้งเอ็นจีวีและแอลพีจีชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานว่าจะเป็นไปในทิศทางใด จะปรับขึ้นจริงหรือไม่ ปรับขึ้นเท่าไร และจะมี นโยบายอุดหนุนต่อไปหรือไม่
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้ลูกค้ารอให้สถานการณ์นิ่งก่อน จึงจะกลับมาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะติดตั้งระบบเอ็นจีวีหรือแอลพีจีดี เพราะแต่ละระบบมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่แตก ต่างกันมาก โดยแอลพีจีอยู่ที่ 3.5-4 หมื่นล้านบาท ส่วนเอ็นจีวีที่จำเป็นต้องนำเข้าตัวถัง ทำให้มีต้นทุนสูงมากอยู่ที่ 6 หมื่นบาท–1.1 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าแนวโน้มความต้องการติดตั้งระบบพลังงานทางเลือกทั้งสองรูปแบบจะยังคงเติบโตประมาณ 10% หรือมีมูลค่าตลาดรวม 1 หมื่นล้านบาท เพราะแนวโน้มราคาน้ำมันจะต้องปรับขึ้นอีก ถึงแม้ว่าแอลพีจีและเอ็นจีวีจะต้องขึ้นราคา ก็ยังถูกกว่าน้ำมันมาก
“คาดว่าในปีนี้ ระบบก๊าซแอลพีจีจะมาแรงต่อเนื่อง ด้วยเพราะค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นที่มีดีลเลอร์ ออปชัน ติดตั้งก๊าซแอลพีจี เช่น วีโก้ วีออส ปาเจโร่ ไทรทัน จะทำให้ระบบก๊าซแอลพีจีขยายตัว ส่วนเอ็นจีวี หากยังไม่เห็นความชัดเจนเรื่องการขยายสถานีความต้องการคงทรงตัว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้ค่ายฮอนด้าจะเปิดตัวรถรุ่นที่ติดตั้งระบบก๊าซจากโรงงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ตลาดขยายตัว โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นติดตั้งระบบก๊าซเอ็นจีวีแบบโออีเอ็มให้ค่ายรถยนต์ 1,200 คันต่อเดือน แอลพีจีแบบโออีเอ็ม 3,000 คันต่อเดือน ส่วนการติดตั้งหน้าร้าน หรือนอกโรงงานอยู่ที่ 200-500 คันต่อเดือน จากปีที่ผ่านมาสัดส่วน 90% เป็นการติดตั้งระบบก๊าซเอ็นจีวี
สำหรับโรงงานติดตั้งระบบก๊าซ ปัจจุบันได้ขยายโรงงานแห่งใหม่ที่ลำลูกกา มีกำลังการผลิตรองรับได้ 4,000 คันต่อเดือน โรงงานที่แสมดำ 500 คันต่อเดือน และฉะเชิงเทรา 2,000 คันต่อเดือน ปีนี้เตรียมใช้งบอีกกว่า 134 ล้านบาท ในการขยายจุดบริการหลังการขายในกรุงเทพฯ อีก 3 แห่ง รวมเป็น 5 แห่ง และต่างจังหวัดอีก 5 แห่ง รวมเป็น 7 แห่ง







