
เอเซอร์ทุ่ม40ล.ยกระดับบริการ
“เอเซอร์” ทุ่ม 40 ล้านบาท หวังรักษาฐานลูกค้า เร่งพัฒนาบริการหลังการขายรองรับตลาดแข่งดุ
“เอเซอร์” ทุ่ม 40 ล้านบาท หวังรักษาฐานลูกค้า เร่งพัฒนาบริการหลังการขายรองรับตลาดแข่งดุ
นายโสภณ ปานฉิม ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เอเซอร์เตรียมงบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท พัฒนาบริการหลังการขาย เพื่อหวังรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การทำตลาดคอมพิวเตอร์ยังมีการเติบโต แม้ในปีที่ผ่านมาจะมีสถานการณ์ในเชิงลบเกิดขึ้น แต่เอเซอร์ก็ยังสามารถขยายตลาดไปทั้งตลาดต่างจังหวัดและลูกค้าองค์กร
ดังนั้นการพัฒนาบริการหลังการขายจึงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องเร่งยกระดับให้เท่ากับการขยายตัวของผู้ใช้ และเป็นการรักษาฐานลูกค้ารับมือการแข่งขันจากคู่แข่งรายอื่นๆ
ดังนั้นการพัฒนาบริการหลังการขายจึงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องเร่งยกระดับให้เท่ากับการขยายตัวของผู้ใช้ และเป็นการรักษาฐานลูกค้ารับมือการแข่งขันจากคู่แข่งรายอื่นๆ
สำหรับงบลงทุนทั้งนี้ เอเซอร์ ได้ลงทุนไปกว่า 40 ล้านบาทในการพัฒนาการให้บริการ จะนำไปขยายพื้นที่ศูนย์สำรองอะไหล่อีกเท่าตัวจาก 2,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) เป็น 4,000 ตร.ม. พร้อมทั้งยกศูนย์บริการเอเซอร์ 10 แห่ง จากทั้งหมด 15 แห่ง ให้ขึ้นไปอยู่บนศูนย์การค้า
นอกจากนี้ ยังมีบริการลูกค้าองค์กร มีออนไซต์เซอร์วิส บริการแบบ 24x7 อยู่แล้ว โดยมีคอลเซ็นเตอร์พร้อมให้บริการโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนนี้เอเซอร์มีพันธมิตรพร้อมให้บริการทั่วประเทศกว่า 150 ราย โดยในปีนี้จะเพิ่มเป็นกว่า 200 ราย และสามารถลงให้บริการได้ถึงระดับตำบล
“เอเซอร์มีการเติบโตขึ้นในปีที่ผ่านมา ดังนั้นต้องพัฒนาศูนย์บริการและพันธมิตรให้รองรับการเติบโตด้วย รวมถึงการเพิ่มระยะเวลารับประกันจาก 1 เป็น 2 ปี อีกทั้งการขยายตลาดสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น แสดงว่าต้องมีอะไหล่พร้อมส่งถึงศูนย์บริการและพันธมิตรที่ให้บริการได้อย่างเพียงพอ” นายโสภณ กล่าว
นอกจากนี้ จะพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการให้บริการ เอเซอร์มีทั้งโปรแกรมพัฒนาทางเทคนิค อีอะคาเดมี เป็นโปรแกรมออนไลน์สำหรับฝึกอบรมพนักงาน และมีสกิลเทรนนิงสำหรับฝึกอบรมในเชิงเทคนิคที่มากขึ้น
รวมถึงมีการฝึกอบรมการแก้ปัญหาเบื้องต้นสำหรับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้บริการได้ทันที
นายโสภณ กล่าวต่อไปว่า รายได้จากส่วนบริการหลังการขายของเอเซอร์เซอร์ คิดเป็นประมาณ 1% ของรายได้รวมทั้งหมด ถือว่าเป็นหน่วยธุรกิจที่เน้นการสนับสนุนการขายเป็นหลักยังไม่ได้เป็นส่วนที่สร้างรายได้ให้บริษัทในขณะนี้







