posttoday
ไอซีบีซีกำเงิน1.8หมื่นล้านลุย

ไอซีบีซีกำเงิน1.8หมื่นล้านลุย

05 มีนาคม 2553

ซื้อหุ้นแบงก์สินเอเซียจากรายย่อย

ธปท.ทุบโต๊ะ17มี.ค.ขายนครหลวงโพสต์ทูเดย์ — ไอซีบีซีเริ่มตั้งโต๊ะซื้อหุ้นสินเอเซียเริ่ม 9 มี.ค. นี้ หลังกวาดจากคลังบัวหลวง เบ็ดเสร็จ

ธนาคารอินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า (ไอซีบีซี) จากจีน แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้นธนาคารสินเอเซีย (เอซีแอล) ในช่วงวันที่ 9 มี.ค.16 เม.ย. 2553 ในราคาหุ้นละ 11.50 บาท โดยมีดอยช์แบงก์ เอจี สาขาประเทศไทย เป็นผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เป็นตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์

สำหรับหลักทรัพย์ที่เสนอซื้อประกอบด้วยหุ้นสามัญ 1,590 ล้านหุ้น และหุ้นบุริมสิทธิ 2.73 ล้านหุ้น โดยจะเสนอซื้อในราคาหุ้นละ 11.50 บาท ซึ่งเป็นราคาเสนอซื้อสุดท้ายที่จะไม่เปลี่ยนแปลงอีกและจะไม่มีการขยายเวลารับซื้อ

ทั้งนี้ คาดว่าไอซีบีซีจะต้องใช้เงินในการทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ครั้งนี้ประมาณ 18,290 ล้านบาท

ปัจจุบันเอซีแอลถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง ในสัดส่วน 30.6% ธนาคารกรุงเทพ ถือ 19.3% จากเมื่อเดือน ก.ย. ปีก่อน ไอซีบีซีได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นสินเอเซียจากธนาคากรุงเทพในสัดส่วน 19.26% หรือ 306 ล้านหุ้น ราคา 11.50 บาทต่อหุ้น เป็นมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ลงนามอนุมัติให้ธนาคารไอซีบีซีถือหุ้นธนาคารสินเอเซียได้เกิน 49% เป็นเวลา 10 ปี โดยคาดว่าจะได้เงินจากการขายหุ้นที่คลังถืออยู่ 30% ประมาณ 6,000 ล้านบาท

ดังนั้น เมื่อรวมวงเงินที่ไอซีบีซีต้องใช้ทั้งหมดในการซื้อหุ้นสินเอเซียอยู่ที่ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน คาดว่าการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ วันที่ 17 มี.ค. นี้น่าจะได้ข้อสรุปเรื่องเงื่อนไขการขายหุ้นธนาคารนครหลวงไทย ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถืออยู่ทั้งหมด 47.58% ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเจรจาก่อนจะมีการลงนามซื้อขายจริง เพราะขณะนี้การหารือเงื่อนไขต่างๆ กับนักลงทุนที่สนใจซื้อส่วนใหญ่ยอมรับกันได้หมดแล้ว ยังเหลือเพียงเล็กน้อยที่ยังตกลงกันไม่ได้

“ถ้าเงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ที่เหลืออยู่ถูกนำเข้าหารือในบอร์ดวันที่ 17 มี.ค. นี้แล้วไม่ติดปัญหาอะไรก็ถือว่าจบกระบวนการได้ รอแค่ลงนามในสัญญา” นางทองอุไร กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากขั้นตอนการเจรจาซื้อขายได้ข้อสรุป หากนักลงทุนที่สนใจซื้อหุ้นครั้งนี้ถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์หนึ่งอยู่แล้ว ก็คงต้องทำการควบรวมกิจการกับธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งเป็นไปตามหลักการปกติ แต่ไม่ว่าจะควบรวมเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารใด ใบอนุญาต (ไลเซนส์) อีกธนาคารหนึ่งก็ต้องคืน เพราะไม่อย่างนั้นจะขัดกับหลักเกณฑ์การทำธุรกิจได้เพียงหนึ่งสถานะในหนึ่งธนาคาร (One Presence)

ขณะนี้นักลงทุนที่สนใจซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทยและกำลังเจรจาอยู่กับกองทุน ฟื้นฟูฯ น่าจะเหลือรายเดียว คือกลุ่มทุนธนชาต ที่ถือหุ้นใหญ่อยู่ในธนาคารธนชาตในปัจจุบันซึ่งถ้าเจรจาซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทยจากกองทุนฟื้นฟูฯสำเสร็จ กลุ่มทุนธนชาตต้องเลือกที่ทำธุรกิจธนาคารภายใต้ธนาคารเดียวเท่านั้น คือ ธนาคารธนชาต(Tbank) หรือ ธนาคารหลวงไทย(Scib)

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่