
กฟผ.เล็งปรับแผนระบายน้ำกันเสี่ยงภัยแล้ง
กฟผ.กรมชลฯ เตรียมทบทวนแผนระบายน้ำในเขื่อนใหญ่ ลดความเสี่ยงภาวะภัยแล้งควบคู่ป้องกันอุทกภัย
กฟผ.กรมชลฯ เตรียมทบทวนแผนระบายน้ำในเขื่อนใหญ่ ลดความเสี่ยงภาวะภัยแล้งควบคู่ป้องกันอุทกภัย
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ มีมติให้ กฟผ. และกรมชลประทาน ทบทวนและปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำของภาคการเกษตร
ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพอากาศในปี 2555 อาจเกิดฝนทิ้งช่วงในกลางเดือน มิ.ย.ก.ค. และจะทำให้เกิดภัยแล้ง เพราะเป็นช่วงที่ภาคการเกษตรมีความต้องการใช้น้ำจากเขื่อนในการเพาะปลูกมากขึ้น
ดังนั้น จึงต้องทบทวนแผนและเป้าหมายการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนที่อยู่ในลุ่มเจ้าพระยาทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
สำหรับช่วงเวลาในการปรับแผนการระบายน้ำให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดมี 3 ทางเลือกคือ เร็วขึ้น 15 วัน 30 วัน และ 45 วัน ตามลำดับ จากเดิมแผนการระบายน้ำจะดำเนินการจนถึงวันที่ 30 เม.ย. เพื่อให้ปริมาตรน้ำ ณ วันที่ 1 พ.ค. 2555 อยู่ที่ระดับ 45 % ของความจุ แต่จะเริ่มหยุดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. หรือวันที่ 31 มี.ค. หรือ วันที่ 15 เม.ย. ขึ้นอยู่กับการปรับแผนการระบายน้ำตามความเหมาะสม โดยจะนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และ ครม พิจารณาและวางแผนบริหารจัดการน้ำต่อไป
ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 8,966 ล้าน ลบ.ม. หรือ 66.6% ระบายน้ำวันละ 60 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 6,189 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำวันละ 41 ล้าน ลบ.ม.







