posttoday
ตรวจความพร้อมอุตฯชิ้นส่วน

ตรวจความพร้อมอุตฯชิ้นส่วน

07 มีนาคม 2555

อุตสาหกรรมรถยนต์นับว่าสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

อุตสาหกรรมรถยนต์นับว่าสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน เพื่อส่งออกไป 170 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งในอนาคตอันใกล้ ปริมาณการส่งออกรถยนต์ของไทยจะเพิ่มมากขึ้นจากการผลิตรถในโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ด้วย

อุตสาหกรรมที่ต้องก้าวตามอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ให้ทันชนิดเป็นเงาตามตัวก็คือ อุตสาห กรรมผลิตชิ้นส่วน เพราะหากอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ได้ อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ก็จะอยู่ในภาวะชะงักงันทันที

ตรวจความพร้อมอุตฯชิ้นส่วน

 

เห็นได้จากช่วงที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 80% ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนให้โรงงานประกอบรถยนต์ได้ ส่งผลให้โรงงานประกอบรถยนต์ต้องหยุดการผลิตนานนับเดือน และกระทบต่อการผลิตรถยนต์ทั่วโลก

ในปีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ออกมาตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ในปีนี้ว่า จะต้องอยู่ที่ 2 ล้านคัน ซึ่งหากมองในแง่กำลังการผลิตของค่ายรถยนต์ทั้งหลาย บอกได้คำเดียวว่า “ทำได้” แน่นอน

ทัศนา พิริยพฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ บอกว่า หากมองแค่กำลังการผลิตของโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยในปีนี้ มีสูงถึง 3 ล้านคัน มากกว่าเป้าการผลิตที่ตั้งไว้ แต่ปัญหาอยู่ที่จะมีสินค้าให้ผลิตหรือไม่เท่านั้น และกำลังการผลิตของค่ายรถยนต์ยังขยายเพิ่มขึ้นเป็น 3.14 ล้านคัน ในปี 2558 ซึ่งในปีนั้นมีการตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ไว้ที่ 2.5 ล้านคัน ในแง่ของกำลังการผลิตไม่มีปัญหา

“เมื่อกำลังการผลิตไม่มีปัญหา ก็ต้องมาหันมาดูที่ผู้ผลิตชิ้นส่วน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีกส่วน และบอกได้เลยว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ทั้งจากการผลิตเพื่อป้อนการผลิตในประเทศ และเพื่อป้อนการผลิตเพื่อการส่งออก รวมถึงการผลิตเพื่อส่งออกในรูปแบบของชิ้นส่วน”

นอกจากนี้ การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (เออีซี) ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนเติบโตมากขึ้นจากตลาดที่ใหญ่ขึ้นมาก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการชิ้นส่วนของไทยต้องเร่งปรับตัว คือ ต้องผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานในระดับสากล รวมทั้งต้องมีการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ชิ้นส่วนอะไหล่ให้ทันสมัย เพื่อแข่งกับต่างประเทศ และสร้างมูลค่าให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนไม่ให้เป็นแค่เพียงผู้รับจ้างประกอบ

ด้าน มาซาโอะ ทาคากิ อดีตเลขาธิการหอการค้าญี่ปุ่น กล่าวว่า จากการสำรวจบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนอยู่ในประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่ยังให้ความมั่นใจกับการลงทุนในไทย แต่กว่า 83% ต้องการให้รัฐบาลรีบป้องกันน้ำ อีก 68% ต้องการให้รัฐบาลให้ข้อมูลเรื่องน้ำอย่างถูกต้อง ที่สำคัญต้องการให้รัฐบาลลงมือปฏิบัติแผนป้องกันต่างๆ อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนของบริษัทญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเรื่องค่าจ้างที่สูงขึ้น โรงงานกว่า 80% ยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากนโยบายการขึ้นค่าจ้าง รวมถึงการขาดแคลนแรงงานทั้งในระดับหัวหน้างาน และระดับแรงงานที่มีทักษะ

“การเพิ่มค่าแรงทำให้บริษัทญี่ปุ่นต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น จำกัดการรับพนักงานใหม่ หรือหากได้รับผลกระทบค่าแรงมากก็อาจต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ค่าแรงต่ำกว่า”

อัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ นายกสมาคมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า ปัญหาหลักของผู้ผลิตชิ้นส่วน คือ นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาท โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็ก หรือโรงงานห้องแถว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของคนไทย 100% ที่มีอยู่กว่า 1,700 ราย จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการขึ้นค่าจ้างมากที่สุด และหากสู้กับต้นทุนไม่ไหวก็ต้องเลิกกิจการไป

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ยังขาดแคลนแรงงานอยู่กว่า 6 หมื่นคน โดยปัจจุบันมีแรงงานในระบบ 4.5 แสนคน ขณะที่การผลิตรถยนต์ 2 ล้านคัน ต้องการใช้แรงงานทั้งสิ้น 5.7 แสนคน

“อุตสาหกรรมนี้เติบโตทุกปี หมายความว่าเราต้องการแรงงานในการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 5 หมื่นคน ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะแรงงานระดับปวช. ปวส. และระดับปริญญาตรี ที่ผลิตอย่างไรก็ยังไม่พอกับความต้องการ ทำให้ผู้ผลิตต้องแก้ไขด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรให้มากกว่าเดิมอีก 3% ซึ่งจะลดปริมาณการจ้างงานลดลงถึง 20%”

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร