
เมืองทอง VS ท่าเรือ สงครามเน็ตที่ไม่จบลงง่ายๆ
เหตุการณ์รุมทำร้ายแฟนเมืองทองฯ ยูไนเต็ด โดยกองเชียร์ทีมการท่าเรือไทย เอฟซี ในการชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก ถือเป็นข่าวในกระแสที่รุนแรงพอสมควร
คงไม่ต้องกล่าวว่าใครถูกใครผิด เพราะว่าเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว แต่อยากนำเสนอปฏิกิริยาของคนรุ่นใหม่ต่อเหตุการณ์ผ่านสื่อรูปแบบใหม่คือ เว็บ 2.0
หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ต้องถือว่าเว็บที่เกี่ยวกับเรื่องกีฬาทั้งหมดถึงกับร้อนฉ่าเลยทีเดียว เว็บของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด มีคนจากการท่าเรือฯ เข้าไปโพสต์ มีทั้งขอโทษ มีทั้งแก้ต่าง กระแสอารมณ์นั้นประเภทเจ็บแค้นและมุ่งหวังการแก้ไข ส่วนเว็บของการท่าเรือไทย เอฟซี หลังเหตุการณ์มีล่มไปพักหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่รับประกันได้ว่าคนที่เข้าไปดูนอกจากแฟนการท่าเรือฯ แล้วมีแฟนบอลทั่วประเทศเข้าไปชมด้วย โดยหวังจะได้รับรู้ว่ากองเชียร์ทีมนี้คิดกันอย่างไร
ลูกหลงยังตามไปถึงเว็บบอร์ดของสโมสรต่างๆ อีกด้วย เช่น บางกอกกล๊าส เอฟซี ประกาศไม่เข้าสนามแพต สเตเดียม ของการท่าเรือไทย เอฟซี ผ่านเว็บบอร์ดของตนเอง ขณะที่ชลบุรี เอฟซี ประกาศวางตัวเป็นกลางสำหรับเรื่องนี้ แต่ที่เห็นชัดคือ สังคมต่างเข้าไปติดตามแอ็กชันของผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ขณะเดียวกันเว็บสื่อที่มีหน้าข่าวกีฬา กลายเป็นที่แสดงความคิดเห็น ทั้งรุนแรงและสร้างสรรค์ แต่ที่ดูสงวนท่าทีดูเหมือนจะเป็นเว็บของสื่อกีฬา จากเครือสยามกีฬาที่กลายเป็นคู่กรณีกลายๆ
เรื่องราวบนเว็บเหล่านี้ในกระบวนการ Social Network มีนัยสำคัญที่น่าติดตามอย่างหนึ่งก็คือ พฤติกรรม การโพสต์และการตอบกระทู้ที่ค่อนข้างหลากหลายและขาดการจัดตั้ง ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นกลุ่มคนเป็นตัวแทนของทีม แม้ว่าในความคิดของทีมจะมีหลากหลาย แต่มีความเป็นเอกภาพ เรียกว่าถ้าโพสต์แนวนี้จะรู้เลยว่ามาจากทีมไหน
เชื่อได้เลยว่าแนวโน้มของการเล่นเว็บ การแสดงความคิดเห็น ด้วยเทคโนโลยีที่เปิดในปัจจุบันจะทำให้เกิดเว็บที่มีความเฉพาะทาง มีสังคมที่เป็นกลุ่มเฉพาะ ที่สำคัญก็คือมันจะเริ่มใหญ่ขึ้น และจะเกิดการสร้างเนื้อหาขึ้นตลอดเวลาโดยกลุ่มคนที่เข้ามาในเว็บ ยิ่งไปกว่านั้นเว็บเหล่านี้ก็ต้องพร้อมรับมือการโจมตีจากสังคมนอกเหนือจากกลุ่มของตนเอง ทันทีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นเจ้าของเว็บอาจเป็นเจ้าของเรื่อง หรือว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงน้อยนิดก็ตาม
การตั้งสติและพยายามอย่าให้เว็บกลายเป็นสิ่งยั่วยุนอกสนามบอล ต้องเป็นมาตรการต่อไปหลังจากที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สามารถแก้ไขเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในสนามแล้ว เพราะเว็บทั้งหลายมีทั้งลดดีกรีความร้อนแรง และเพิ่มอุณหภูมิให้ถึงจุดเดือดกันได้ เจ้าของบอร์ดต้องคอยมอนิเตอร์ในสถานการณ์เหล่านี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นคนที่รับผิดชอบต่อสังคมรายต่อไปก็คือเจ้าของเว็บบอร์ดนั่นเอง







