
อึ้ง!แกรมมี่งดปันผลรอบ17ปี
‘อากู๋’ขอลงทุน6พันล้านปีนี้อสมทกำไรลด5%โฆษณาวูบ
‘อากู๋’ขอลงทุน6พันล้านปีนี้อสมทกำไรลด5%โฆษณาวูบ
อึ้ง! แกรมมี่ งดจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 17 ปี “อากู๋” ชี้ต้องใช้เงินไปลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาทในปีนี้ และไม่แน่ใจปี 2555 จะจ่ายได้หรือไม่
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) เปิดเผยว่า บริษัทจะงดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวดปี 2554 ให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นการงดจ่ายเงินปันผลครั้งแรก นับตั้งแต่นำบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2538 หรือในรอบ 17 ปี
สาเหตุที่บริษัทงดจ่ายเงินปันผล เพราะจะนำเงินไปใช้ในการลงทุน โดยในปีนี้บริษัทมีแผนลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น จำนวน 2,000-3,000 ล้านบาท ใช้ในการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป คาดว่าจะเข้าประมูลช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2555 นี้ หากชนะการประมูลจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทในหลักหลายพันล้านบาทต่อปี
เงินลงทุนที่เหลือ 1,800 ล้านบาท จะนำไปใช้ในการลงทุนเนื้อหา (คอนเทนต์) และกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งตั้งเป้าหมายปีนี้เป็น 1.5 ล้านกล่อง และอีก 400-500 ล้านบาท จะร่วมกับพันธมิตรจากเกาหลีลงทุนทำโฮมช็อปปิ้ง คาดเปิดตัวในเดือน มิ.ย.นี้
นายไพบูลย์ กล่าวว่า บริษัทยังไม่แน่ใจว่าผลกำไรจากการดำเนินงานปี 2555 จะกลับมาจ่ายเงินปันผลได้หรือไม่ เพราะหากมีการลงทุนเพิ่มก็จะยังไม่จ่าย จะนำเงินไปลงทุนก่อน โดยเฉพาะธุรกิจกีฬาจะเป็นตัวสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล ทั้งจากการจัดกิจกรรมค่าโฆษณา รวมไปถึงขายสมาชิกในส่วนของกล่องรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อจะได้รับสิทธิชมการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเปลี่ยนให้กับแกรมมี่
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเกือบ 30% จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 9,000 ล้านบาท และหากบริษัทชนะการประมูลลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ก็จะเริ่มเห็นรายได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งธุรกิจในส่วนนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของทีวีดาวเทียมจีเอ็มเอ็ม วันสกาย ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 20% ของปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า รายได้ของแกรมมี่จะเติบโต 100% จากปีนี้ หรือในระดับกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากผลพวงของการลงทุนดังกล่าว และจากธุรกิจการจัดกิจกรรมต่างๆ นับเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานคอนเสิร์ต งานเฟสติวัลต่างๆ เป็นต้น
ด้านบริษัท อสมท (MCOT) แจ้งผลดำเนินงานงวดปี 2554 มี กำไรสุทธิ 1,376 ล้านบาท หรือหุ้นละ 1.97 บาท ลดลง 4.70% จากปี 2553 และบริษัทจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 1 บาท
กำไรสุทธิที่ลดลงเป็นเพราะรายได้จากโทรทัศน์ลดลง 4% และรายได้วิทยุลดลง 5% เนื่องจากในไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากมหาอุทกภัย ทำให้งบโฆษณารวมของอุตสาหกรรมลดลงถึง 4,000 ล้านบาท หรือ 15% ขณะที่งบโฆษณาของโทรทัศน์ลดลง 18% ซึ่งการที่ MCOT มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 3 ของตลาด จะถูกลดงบโฆษณาก่อนสถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอย่างช่อง 3 และช่อง 7







