
ไทย-ญี่ปุ่นตั้งคลัสเตอร์สินค้ารับภัยพิบัติ
ไทยญี่ปุ่น นำร่องตั้ง “คลัสเตอร์พี่น้อง” สำรองชิ้น ส่วน รับมือเหตุภัยพิบัติ
ไทยญี่ปุ่น นำร่องตั้ง “คลัสเตอร์พี่น้อง” สำรองชิ้น ส่วน รับมือเหตุภัยพิบัติ
นายไดสุเกะ มิตซูซิมา ผู้เชี่ยวชาญองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) เปิดเผยในการสัมมนาเรื่อง “Otagai Business Continuity” ว่า รัฐบาลไทยและญี่ปุ่นมีนโยบายสนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมของไทยและรัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่นอย่างน้อย 15 แห่ง ในการนำร่องจัดตั้ง “JapanThailand Sister Clusters” หรือ “คลัสเตอร์พี่น้อง”
ขณะที่ Otagai BC โมเดลเป็นความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาห กรรมของไทย และผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่ลงทุนในเขตประกอบการท้องถิ่นญี่ปุ่น เพื่อสำรองชิ้นส่วนและส่งมอบชิ้นส่วนระหว่างกัน กรณีเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหว เพื่อไม่ให้การผลิตสินค้าหยุดชะงัก
“เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทย แม้มีโรงงานที่ได้รับความเสียหายคิดเป็น 4% ของโรงงานทั้งหมดเท่านั้น แต่ส่งผลให้โรงงานญี่ปุ่น 55% ที่เป็นสมาชิกหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ ต้องหยุดการผลิต 55% จำเป็นต้องมีการสำรองชิ้นส่วนเพื่อให้การผลิตสินค้าทำได้อย่างต่อเนื่อง” นายมิตซูซิมา กล่าว
นายชินจิ ฮตโซซูโบะ องค์การการเตรียมความพร้อมและรับมือวิกฤต ระบุว่า การจัดตั้งคลัสเตอร์พี่น้อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในคลัสเตอร์ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน มีข้อตกลงที่จะไม่แย่งลูกค้ากัน โดยต้องทำตกลงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์ มีบทลงโทษ และมีคนกลางไกล่เกลี่ยกรณีมีข้อพิพาทกัน เพราะแต่ละบริษัทมีความลับทางค้า
“เราต้องไม่ให้ภัยพิบัติใดๆ มาขัดขวางการผลิตและส่งมอบสินค้า ถ้าเราต้องหยุดซ้ำอีก ลูกค้าคงรับไม่ได้ การสร้างเชื่อมั่นกลับมาเป็นสิ่งที่เกิดได้ยาก” นายฮตโซซูโบะ กล่าว
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า อมตะพร้อมนำร่องที่จะร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในญี่ปุ่น เพื่อสำรองการผลิตชิ้นส่วนกรณีเกิดภัยพิบัติ







