
ยึดเงินราเกซโกงบีบีซีพันล.
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการยึดทรัพย์ “ราเกซ”
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการยึดทรัพย์ “ราเกซ” โกงเงินบีบีซี 1,000 ล้าน จาก 4 หมื่นล้านบาทเศษ
เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการธุรกรรม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมว่า มีมติให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรม หรือทรัพย์ สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกรณีธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ (บีบีซี) อนุมัติสินเชื่อโดยทุจริตให้กับคณะบุคคลและนิติบุคคลดำเนินการยึดทรัพย์ นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการใหญ่บีบีซี ซึ่งตกเป็นจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ให้ดำเนินการยึดทรัพย์จากบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี รวมถึงเครือญาติที่มีความสัมพันธ์กับจำเลยในคดีทั้งหมด และจากนั้นจะนำเงินที่ยึดทรัพย์มาได้เร่งคืนให้แก่ผู้เสียหาย
สำหรับคดี นายราเกซ นั้นพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในคดีในชั้นศาลจำนวน 19 คดี รวมถึงเจ้าหน้าที่บริหารสถาบันการเงิน 5 คดี รวมเป็น 24 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 4 หมื่นล้านบาท และยังมีเงินตราต่างประเทศอีก 85 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนความคืบหน้าการยึดทรัพย์ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม นั้นทาง ปปง.ยังไม่สามารถอายัดทรัพย์ได้ เนื่องจากต้องรอทาง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก่อน
สำหรับคดีแบงก์บีบีซีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายราเกซกับพวกรวมทั้งสิ้น 24 คดี แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลได้รวบคดีเหลือ 17 คดี
คดีสำคัญคือ บริษัท ซิตี้ เทรดดิ้ง ซึ่ง นายราเกซ เป็นจำเลยเดี่ยว ซิตี้ เทรดดิ้ง เป็นบริษัทที่จดทะเบียนด้วยทุน 1,000 เหรียญสหรัฐ ณ ประเทศอรูบา เกาะเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน จัดตั้งได้ 2 เดือน ก็ยื่นกู้เงินจากบีบีซี 1,658 ล้านบาท โดยนำที่ดินเป็นหลักทรัพย์มีการประเมินมูลค่าไว้ถึง 1,350 ล้านบาท แต่เมื่อ ธปท.ตรวจสอบพบว่า ที่ดินเป็นที่นาร้างมีมูลค่าจริงแค่ 22.9 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อได้รับอนุมัติเงินกู้ 1,658 ล้านบาท เงินก้อนนั้นกลับถูกนำไปซื้อกิจการในต่างประเทศ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบริษัทที่มีชื่อนายราเกซเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ พบว่า ประเทศไทยมี 35 บริษัท เช่น 1.บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ โซลูชั่นส์ 2.บริษัท ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนท์ แอนด์ เซอร์วิส 3.บริษัท เมอร์เจอร์ แอนด์ แอ๊ควิซิชั่นส์ 4.บริษัท บิสซิเนส ฟอร์ม 5.บริษัท เพร็ซทีจ พร็อพเพอร์ตี้ 6.บริษัท เอเชี่ยน แปซิฟิค กรุ๊ป 7.บริษัท เคโฮลดิ้ง 8.บริษัท เคาน์เตอร์เทรด 9.บริษัท เซอร์กิต 10.บริษัท เซาท์เทิร์น สตาร์ ฟินคอน ปัจจุบันเกือบทั้งหมดเป็นบริษัทร้างและล้มละลาย







