
เดอะพิซซ่าฯ ปรับโฉมร้าน เน้นโทนเขียว
เดอะพิซซ่าฯ พลิกโฉมใหม่ ชูโทนสีเขียวสร้างความต่าง พร้อมทุ่มงบตลาดเพิ่ม 20% หวังขาย 20 ล้านถาดสิ้นปี
เดอะพิซซ่าฯ พลิกโฉมใหม่ ชูโทนสีเขียวสร้างความต่าง พร้อมทุ่มงบตลาดเพิ่ม 20% หวังขาย 20 ล้านถาดสิ้นปี
นายแอนดี้ โฮลแมน รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไปบริษัท เดอะพิซซ่า คอมปะนี ประเทศไทย และส่วนแฟรนไชส์ต่างประเทศ บริษัท เดอะไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างทยอยปรับปรุงเปลี่ยนโฉมหน้าร้านเดอะพิซซ่า คอมปะนี ใหม่ ให้อยู่ภายใต้โทนสีเขียวในทุกสาขา 241 แห่ง ให้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย. นี้ ตอกย้ำความสดใสทันสมัย และสะท้อนถึงรูปแบบของอิตาเลียนสไตล์ จากเดิมที่เดอะพิซซ่า คอมปะนี ใช้โทนสีแดงเป็นหลักมานานกว่า 10 ปี นับแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในไทย เพื่อสร้างความต่างไปจากแบรนด์คู่แข่งที่ใช้โทนสีแดง/ดำ
นอกจากนี้ เตรียมใช้งบอีก 70-80 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ในปีนี้อีก 16 แห่ง จากปีก่อนที่เปิดสาขาใหม่ 32 แห่ง
บริษัท เปิดให้บริการสาขาใหม่ทั้งสิ้น 32 แห่ง เพิ่มจากเป้าหมายในการขยายสาขาเดิมที่วางไว้ที่ 14 สาขา โดยในปีนี้บริษัทเตรียมงบราว 70-80 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่อีก 16 แห่ง
สำหรับแผนการธุรกิจในปีนี้จะใช้งบตลาดเพิ่มไม่ต่ำกว่า 20% จัดกิจกรรมการตลาดผ่านแคมเปญใหญ่ตลอดทั้งปี ล่าสุดใช้งบราว 50-70 ล้านบาท จัดกิจกรรมใหญ่ประจำปี “ซื้อ 1 แถม 1 ถาด ฟรี” ระหว่างวันที่ 24 ก.พ.-1 เม.ย.ปีนี้ ผ่าน 5 ช่องทางขายหลักปัจจุบัน คือ รับประทานที่ร้าน บริการซื้อกลับบ้าน บริการส่งถึงบ้าน (เดลิเวอรี) บริการสั่งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชันเดอะพิซซ่า คอมปะนี
ทั้งนี้ คาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมียอดขายรวม 3.1 ล้านถาด หรือ 800 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้จ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอีก 3,000 อัตรา โดยเฉพาะบริการคอลเซ็นเตอร์และพนักงานจัดส่งสินค้าถึงบ้านเพื่อให้บริการลูกค้า นายโฮลแมน กล่าวว่าขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าขึ้น แม้ต้นทุนภาพรวมทั้งการขนส่งที่เพิ่มขึ้นและเริ่มส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ที่ส่งวัตถุดิบให้กับบริษัท แต่ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด หากยังคงมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนบริษัทไม่สามารถแบกรับได้ บริษัทก็พร้อมที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นทันที
สำหรับยอดขายในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 4,900 ล้านบาท หรือ 20 ล้านถาด มีอัตราเติบโต 20% และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 75-80% เป็น 82% จากตลาดรวมพิซซ่าที่มีร้านสาขาที่มีมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท







