posttoday
ดีเอ็นเอรุกตลาดกระชับผิวหน้า

ดีเอ็นเอรุกตลาดกระชับผิวหน้า

22 กุมภาพันธ์ 2555

ดีเอ็นเอคลินิกเวชกรรมชูดจุดขายร้อยเส้นไหมทองคำบนหน้าตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 100% หวังกวาดยอด 200 ล้านบาท วางแผน 3 ปี เปิดขายแฟรนไชส์

ดีเอ็นเอคลินิกเวชกรรมชูจุดขายร้อยเส้นไหมทองคำบนหน้าตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 100% หวังกวาดยอด 200 ล้านบาท วางแผน 3 ปี เปิดขายแฟรนไชส์

นายวสินธ์ ศิริรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอ็นเอ คลินิกเวชกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดความงามมีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง จึงต้องเน้นกลยุทธ์บลูโอเชี่ยน เพื่อจับตลาดความงามระดับพรีเมี่ยม โดยได้ชูจุดขายคือ การร้อยทองยกกระชับผิวหรือ Gold Thread Lift ซึ่งเป็นวิทยาการทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าจากริ้วรอยให้สดใส ด้วยเส้นไหมทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ที่พัฒนาโดย ดร.พาเวล โคชิกชินสกี้ แพทย์ชาวโปแลนด์ผู้เชี่ยวชาญ และบริษัทฯเป็นผู้นำเข้านวัตกรรมการร้อยทองเพียงรายเดียวที่ได้ลิขสิทธิ์จากสถาบัน Gold Thread LLC จากประเทศสหรัฐอเมริกา

“การร้อยเส้นไหมทองคำเพื่อยกกระชับผิวหน้ามีมานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่โรงงานที่ผลิตทองคำให้บริสุทธิ์จริงมีไม่เยอะ  หากใช้ทองคำที่ไม่บริสุทธิ์จริงจะเกิดผลค้างเคียงได้”

สำหรับการร้อยเส้นไหมทองคำบนใบหน้าเพื่อยกกระชับนั้น อยู่ในโปรแกรม  Charisma Program เป็นศาสตร์ความงาม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่รวมความงามชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมทรีทเม้นท์บำรุงผิว การดูแลผิวเป็นสิว รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ   และปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างการยื่นขอสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)เพื่อนำเข้าการร้อย เส้นแพลตินั่มบนใบหน้า ที่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ยิ่งขึ้น คาดว่าจะเริ่มได้ให้บริการได้ปลายปีนี้

ปัจจุบันดีเอ็นเอ คลินิกมี 2 สาขาคือสาขาเอกมัย ชั้น 2 อาคารแบงคอค เมดิเพล็กซ์ และสาขาสยามสแควร์ซ. 5  ทั้งสองแห่งเปิดให้บริการมานาน 3 ปี  ปีที่ผ่านมามีลูกค้ามาใช้บริการ 8,000 คน คาดว่าปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน  กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มีอายุ 20-45 ปี  โดยมีลูกค้าที่สนใจการยกกระชับผิวหน้าโดยวิธีการร้อยไหมทองคำ ซึ่งเส้นค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 1.5 ล้านบาทจนถึง 5  ล้านบาท จำนวน 500 ราย  โดยในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาท หรือเติบโต 100% จากปีก่อนที่มีรายได้ 100 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี จะมีการขยายธุรกิจด้วยการเปิดขายแฟรนไชส์         

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร