
เครื่องมือบริหารความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน
การที่ค่าเงินบาทมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันตามเหตุการณ์และสภาพเศรษฐกิจนั้น
การที่ค่าเงินบาทมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันตามเหตุการณ์และสภาพเศรษฐกิจนั้น
ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ อย่างผู้ส่งออกและผู้นำเข้าย่อมได้รับผลกระทบของความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นัดพบอนุพันธ์ในสัปดาห์นี้ ขอนำแนวทางที่ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนใช้ในปัจจุบันมาเล่าให้ฟังนะครับ
ในแต่ละวัน เราอาจจะเห็นข้อมูลค่าเงินบาทมีการเปลี่ยนแปลงในระดับไม่มากนัก อย่างเช่น วันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.0830 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในขณะที่วันถัดมาปรับเป็น 30.9473 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือค่าเงินแข็งขึ้น 0.1357 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (คิดเป็น 0.43%) ซึ่งบางท่านอาจคิดว่าเป็นจำนวนไม่มาก แต่หากท่านเป็นผู้ส่งออกแล้ว การแข็งค่าดังกล่าวเพียงวันเดียว ก็ส่งผลให้รายได้ที่จะแปลงเป็นรูปเงินบาทลดลงถึง 0.43% ซึ่งถือเป็นผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มิได้เกี่ยวข้องกับการผลิต หรือการขายสินค้าของบริษัทแต่อย่างใด
ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าและบริการคิดเป็นเงินรายได้เข้าประเทศกว่า 225,366 ล้านเหรียญสหรัฐ และก็มีการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศที่ต้องจ่ายเป็นเงินต่างประเทศกว่า 201,864 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากเราดูจากตัวอย่างค่าเงินบาทข้างต้นที่ระดับ 31.0830 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้ว การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเพียงแค่ 0.1% ก็ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจส่งออกลดลง หรือต้นทุนของธุรกิจนำเข้าสูงขึ้นกว่า 6,200 ล้านบาท
ในทางปฏิบัตินั้น ทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าย่อมหาแนวทางในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท โดยแนวทางที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ การติดต่อกับธนาคารพาณิชย์เพื่อทำสัญญาจองซื้อ หรือขายเงินเหรียญสหรัฐในอนาคต โดยใช้อัตราที่กำหนดตั้งแต่วันทำสัญญา หรือที่หลายคนเรียกว่า ซื้อหรือขายเหรียญสหรัฐฟอร์เวิร์ด
ตัวอย่างเช่น หากในปัจจุบันค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ผู้ส่งออกที่จะได้รับค่าสินค้า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในอีก 6 เดือนข้างหน้าอาจจะมีความกังวลว่าค่าเงินอาจจะแข็งขึ้น ทำให้รายได้ในรูปเงินบาทลดลง ผู้ส่งออกจึงไปติดต่อธนาคารเพื่อทำสัญญาขายเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้าในอีก 6 เดือนข้างหน้า หากธนาคารแจ้งว่ายินดีทำสัญญารับซื้อเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้าที่อัตรา 30.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และผู้ส่งออกตกลงทำสัญญา ผู้ส่งออกก็จะสามารถล็อกค่าเงินในอีก 6 เดือนข้างหน้าที่ 30.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้รายได้ที่จะได้คงตัวที่ 30,880,000 บาท ไม่ว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนเป็นเท่าไร ทั้งนี้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารพาณิชย์กำหนดในการรับซื้อหรือขายเงินล่วงหน้านั้น จะประเมินมาจากค่าเงินที่ควรจะเป็นในอนาคต และบวกเพิ่มในส่วนของค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดธุรกรรมของลูกค้าแต่ละราย
สัญญาฟอร์เวิร์ดถือเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน แต่เนื่องจากสัญญามีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย การปรับเปลี่ยนหรือบอกเลิกสัญญาจึงทำได้ยาก นอกจากนี้ ธุรกิจรายเล็กๆ อาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในระดับสูงกว่าธุรกิจรายใหญ่ อุปสรรคเหล่านี้ทำให้ในต่างประเทศมีการสร้างสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกในการบริหารค่าเงิน ซึ่งในครั้งต่อไปผมจะนำตัวอย่างสัญญาฟิวเจอร์สที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศมาเล่าให้ฟังนะครับ
พิเศษ!!! “TFEX แจกทองฉลองปีมังกรทอง” แจกทองคำน้ำหนักรวมกว่า 120 บาท มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท แก่ผู้ลงทุนที่ซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.tfex.co.th หรือ โทร. 022292222







