
เปิดทำเลลงทุน เอสซีแอสเสท
งานแถลงข่าวเปิดแผนการลงทุนของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น
งานแถลงข่าวเปิดแผนการลงทุนของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น
ในปีนี้ อาจจะเป็นที่สนใจจากผู้คนมากเป็นพิเศษ เพราะเอสซี แอสเสทฯ ในเวลานี้ ต่างจากเอสซีฯ เมื่อต้นปีที่แล้วอย่างคาดไม่ถึง
ความแตกต่างอยู่ตรงที่เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งเมื่อกลางปีที่แล้ว ทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตระกูลชินวัตร และน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องลุกจากเก้าอี้บริหารบริษัทมาบริหารประเทศแทน
แอสซี แอสเสทฯ จึงมีราศีจับขึ้นมาทันที แม้ว่าซีอีโอใหม่ก็คือคนหน้าเดิมของบริษัทอย่าง บุษบา ดามาพงศ์ จะยืนยันมาแล้วหลายครั้งหลายรอบว่า ธุรกิจของเอสซี แอสเสทฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองก็ตาม
แต่ในสายตาของดีเวลอปเปอร์หลายคน ยังมองว่าเอสซี แอสเสทฯ กลายเป็นบริษัทที่มีการเมืองหนุนหลัง เพราะถ้าจับอดีตมาส่องดู การซื้อที่ดินที่มีถนนตัดผ่านได้อย่างเหมาะเหม็ง และกลายเป็นโครงการขนาดใหญ่ของเอสซี แอสเสทฯ ที่มีการคมนาคมสะดวกสบาย แถมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ก็น่าจะการันตีความใหญ่ที่จับต้องได้
ยิ่งเวลานี้หลายบริษัทยังอยู่ในอาการสำลักน้ำจนไม่กล้าขยับตัวลงทุนมากนัก อีกทั้งรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเอาอยู่ พื้นที่ไหนเอาไม่อยู่
การประกาศแผนการลงทุนของเอสซี แอสเสทฯ จึงเหมือนที่พึ่งทางอ้อม ที่อย่างน้อยๆ หลายคนก็เชื่อกันว่าทำเลลงทุนเหล่านี้ผ่านการสกรีนมาแล้วระดับหนึ่งว่าปลอดภัย หรือถ้าห้ามน้ำเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ อย่างน้อยก็หวังกันว่าทำเลเหล่านี้จะกลายเป็น “ทำเลห้ามท่วม” ก็ย่อมเป็นได้เช่นกัน
ในปีนี้ เอสซี แอสเสทฯ ประกาศแผนการลงทุนโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ รวมมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบถึง 12 โครงการ และเป็นคอนโดมิเนียมอีก 4 โครงการ และยังมีโครงการต่อเนื่องจากปีก่อนๆ อีก 16 โครงการ มูลค่าขายรวม 1.15 หมื่นล้านบาท ทำให้เอสซี แอสเสทฯ มีโครงการขายในปีนี้รวม 32 โครงการ มูลค่า 2.85 หมื่นล้านบาท
โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 12 โครงการ ที่มีทั้งทำเลที่น้ำเคยท่วม และไม่เคยท่วม เป็นโครงการจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางบนไปจนถึงระดับบน อยู่ในทำเลพระราม 9ศรีนครินทร์ ปิ่นเกล้าพุทธมณฑลสาย 2 เพชรเกษม รัชดาฯรามอินทรา ราชพฤกษ์พระราม 5 พระราม 2 ราชพฤกษ์รัตนาธิเบศร์ และชะอำ เป็นต้น ขณะที่คอนโดปีนี้เน้นขยับเข้ากลางเมืองในทำเลสุขุมวิท สาทร รัชดาฯรามอินทรา และหัวหิน
นอกจากนี้ ยังเตรียมงบซื้อที่ดินไว้ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2556 ซึ่งจะเน้นโครงการที่มีการเชื่อมต่อคมนาคม เดินทางสะดวก ที่สำคัญต้องเป็นโครงการที่ติดถนนใหญ่ และพิจารณาทำเลน้ำไม่ท่วมเป็นส่วนประกอบด้วย
สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้ เอสซี แอสเสทฯ ตั้งไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตจากปี 2554 ที่มียอดขาย 8,100 ล้านบาท ประมาณ 20% ส่วนเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2555 จะเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยบวกหลายประการ อาทิ เศรษฐกิจมีทิศทางที่ดี อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ กำลังซื้อบางส่วนที่ชะลอไปตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมคาดว่าจะกลับมาตัดสินใจซื้ออีกครั้ง แต่ปัจจัยที่น่าเป็นห่วง คือ ความกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำ อาจทำให้ผู้ซื้อยังไม่กล้าตัดสินใจ” บุษบา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซี แอสเสทฯ ประเมิน
ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาด ดังนั้นการลงทุนของบริษัทจะไม่เอาเกณฑ์น้ำท่วมปีที่แล้วมาเป็นเครื่องชี้วัด แต่จะพิจารณาจากศักยภาพของทำเลเป็นหลัก เพราะพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนจะไม่ย้ายจากถิ่นฐานเดิม แต่โครงการต้องเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมด้วย
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เอสซี แอสเสทฯ ขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเติบโตในอนาคต คือ การเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยปัจจุบันพัฒนาอยู่ 6 โครงการ และจะเปิดอีก 4 โครงการ ทำให้ต้องหาบริษัทตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มาช่วยนำสินค้าออกไปขายต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับตลาดฮ่องกงและสิงคโปร์
ก้าวย่างในธุรกิจของเอสซี แอสเสทฯ ในวันนี้จึงมีสปอตไลต์คอยจับจ้องด้วยความเข้าใจว่า ธุรกิจของตระกูลชินวัตรมักจะแยกไม่ออกจากการเมือง เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่จริง







