
หุ้น15ก.พ.ปิดพุ่ง20.07จุด
หุ้น 15 ก.พ. ปิด1,126.48 จุด เพิ่มขึ้น 20.07 จุด มูลค่า 38,018.17 ล้านบาท หลังญี่ปุ่นใช้ QE รอบใหม่-จีนช่วยยุโรป
หุ้น15 ก.พ. ปิด1,126.48 จุด เพิ่มขึ้น 20.07 จุด มูลค่า 38,018.17 ล้านบาท หลังญี่ปุ่นใช้ QE รอบใหม่-จีนช่วยยุโรป
นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นแรง-เป็นการฟื้นตัวขึ้นจากวานนี้ที่ปรับตัวลงไปอันเนื่องมาจากความตื่นตระหนกเหตุระเบิด ขณะที่ตลาดภูมิภาคปรับตัวขึ้นถ้วนหน้ารับผลจากญี่ปุ่นใช้ QE รอบใหม่ และจีนจะซื้อพันธบัตรของประเทศในยุโรปเพื่อช่วยเหลือ ตลาดบ้านเรารับแรงซื้อจากต่างชาติเข้ามาลงทุนหุ้นขนาดใหญ่หนาแน่น ดันดัชนีฯทะลุแนวจิตวิทยาที่ 1,120 จุดขึ้นไปได้ พรุ่งนี้ตลาดฯมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อเชื่อ Flow ยังเข้า พร้อมให้แนวต้าน 1,130-1,135 แนวรับ 1,120 จุด
ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 1,126.48 จุด เพิ่มขึ้น 20.07 จุด(+1.81%) มูลค่าการซื้อขาย 38,018.17 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันอยู่ที่ระดับ 1,127.99 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,114.00 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 435 หลักทรัพย์ ลดลง 108 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 125 หลักทรัพย์
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นแรง เป็นการฟื้นขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่ปรับตัวลงไปจากความตื่นตระหนกเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นกลางกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียต่างก็ปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า รับผลจากประเทศญี่ปุ่นจะใช้ QE รอบใหม่ ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องในระบบมีมากขึ้น และเป็น Sentiment ที่ส่งมายังตลาดฯด้วย ประกอบกับ จีนจะเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศในยุโรป เพื่อช่วยเหลือ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เม็ดเงินต่างชาติได้ไหลเข้ามาลงทุนอย่างมาก โดยเชื่อว่าวันนี้ตลาดบ้านเราก็คงจะรับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเห็นได้จากหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ดัชนีฯทะลุแนวต้านจิตวิทยาที่ 1,120 จุดมาได้ และเชื่อว่าน่าจะมีนักลงทุนบางส่วนเข้ามาซื้อตาม Flow ด้วย
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้(16 ก.พ.)นายสุกิจ กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้นต่อหากไม่มีข่าวลบ เพราะเชื่อว่าเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้แนวต้านไว้ที่ 1,130-1,135 จุด แนวรับ 1,120 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
IVL มูลค่าการซื้อขาย 3,087.75 ล้านบาท ปิดที่ 41.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,589.05 ล้านบาท ปิดที่ 344.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 2,028.74 ล้านบาท ปิดที่ 169.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,025.65 ล้านบาท ปิดที่ 143.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 1,870.88 ล้านบาท ปิดที่ 73.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท







