
CHOWการันตี‘มิลล์’ไม่ตีจาก
เชาว์สตีล–มิลล์คอน เซ็นสัญญาซื้อขายเหล็กล็อตใหญ่ มูลค่าปีละ 2,000 ล้านบาท การันตีผลประโยชน์ร่วมกัน
เชาว์สตีล–มิลล์คอน เซ็นสัญญาซื้อขายเหล็กล็อตใหญ่ มูลค่าปีละ 2,000 ล้านบาท การันตีผลประโยชน์ร่วมกัน
บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) และบริษัท มิลล์คอนสตีลอินดัสทรีส์ (MILL) มีพิธีเซ็นสัญญาซื้อขายเหล็กแท่งยาวอย่างเป็นทางการในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. 2555
นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีลฯ กล่าวว่า การเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการนั้น แม้ว่าที่ผ่านมา 7 ปี ได้ขายเหล็กแท่งยาวให้กับบริษัท มิลล์คอนฯ มาตลอด ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท เป็นการยืนยันว่าบริษัท มิลล์คอนฯ ยังสั่งซื้อเหล็กแท่งยาวกับบริษัทต่อไป หลังจากที่โครงการเตาหลอมของบริษัท มิลล์คอนฯ แล้วเสร็จ
สำหรับสัญญาการซื้อขายนี้เป็นสัญญาซื้อขายเหล็กปีละกว่า 1 แสนตัน มูลค่าปีละกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งคำสั่งซื้อจากบริษัท มิลล์คอนฯ คิดเป็น 30% ของกำลังผลิต 4.5 แสนตันต่อปี
ตั้งเป้าปี 2555 มีกำลังผลิตเหล็กแท่งยาว 3.4–3.6 แสนตันต่อปี หรือโต 20% จากปี 2554 ที่ผลิตประมาณ 2.83 แสนตันต่อปี ซึ่งเป็นการผลิตในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ โดยปีที่ผ่านมามีกำลังผลิตเพียง 58% ของกำลังการผลิตเต็มที่ในช่วงเวลามีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ 4.5 แสนตัน หากผลิตเต็มกำลังสูงสุดอยู่ที่ 7.3 แสนตันต่อปี
“มิลล์คอนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ค้าขายกันมายาวนาน สัญญาการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมั่นใจว่ามิลล์คอนยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่เราสนับสนุนวัตถุดิบคุณภาพให้มากกว่า 1 แสนตันต่อปี” นายอนาวิล กล่าว
นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลล์คอนฯ กล่าวว่า บริษัท เชาว์ สตีลฯ เป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของบริษัท มิลล์คอนฯ ซึ่งหลังจากโครงการกรีนมิลล์ของบริษัท มิลล์คอนฯ เริ่มผลิตเหล็กเกรดพิเศษได้แล้ว ความต้องการใช้เหล็กแท่งยาวเพื่อการพาณิชย์ยังมีอยู่ปีละไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนตัน
“โครงการกรีนมิลล์เน้นการผลิตเหล็กเกรดพิเศษ ไม่ทับไลน์กับเชาว์สตีล เราคงไม่ต่อรถเบนซ์เพื่อเป็นรถแท็กซี่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่เป็นความสามารถในการทำกำไรของมิลล์คอน ทำให้มาร์จินสูงขึ้นจากต้นทุนบิลเล็ตที่เคยสั่งเข้ามา 650 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาใช้เศษเหล็กหลอม 300-400 เหรียญสหรัฐ และกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อม (อีบิตดา) สูงขึ้นจาก 58% เป็น 12%”
ผู้บริหารกล่าวอีกว่า ปีนี้ตั้งเป้าการผลิตเพิ่มเป็น 6570% จากปีก่อน 60% ของกำลังผลิต 5.5 แสนตันต่อปี เป้ายอดขายโต 10-15% หรือ 1.7 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมียอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท







