posttoday
ลองขับเบนซ์ติดก๊าซอี-คลาสเอ็นจีที

ลองขับเบนซ์ติดก๊าซอี-คลาสเอ็นจีที

01 กุมภาพันธ์ 2555

ลองขับเบนซ์อี-คลาส เอ็นจีที รถหรูที่มาพร้อมความสามารถในการใช้พลังงานทางเลือกอย่างก๊าซซีเอ็นจี

ลองขับ "เบนซ์อี-คลาส เอ็นจีที" รถหรูที่มาพร้อมความสามารถในการใช้พลังงานทางเลือกอย่างก๊าซซีเอ็นจี

โดย...ทีมข่าวยานยนต์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส เอ็นจีที คือรถยนต์ระดับหรูเพียงรุ่นเดียวในประเทศไทยที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงธรรมชาติอย่างก๊าซซีเอ็นจี เป็นหนึ่งในพลังงานขับเคลื่อนหลักคู่กับน้ำมันเบนซิน ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดที่ทำตลาดอยู่นี้ถือเป็นเจเนอเรชันที่ 2 ของรถยนต์ก๊าซธรรมชาติแบบติดตั้งมาจากโรงงานจริงๆ ของค่ายตราดาว ไม่ได้เอาไปให้อู่นอกติดตั้งเหมือนรถยนต์ยี่ห้ออื่น

ลองขับเบนซ์ติดก๊าซอี-คลาสเอ็นจีที

อี-คลาส เอ็นจีที ในรุ่นก่อนหน้านี้ ถือว่าทำยอดจำหน่ายไปเยอะมาก และเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ช่วยผลักดันยอดจำหน่ายและเชิดหน้าชูตาของเบนซ์ในประเทศไทย ก่อนที่จะเริ่มแผ่วความแรงในช่วงปลายอายุ ทำให้ต้องจัดโปรโมชันครั้งใหญ่ไป แต่เนื่องจากกระแสเรียกร้องยังพอมีอยู่ ในที่สุดค่ายตราดาวประเทศไทยก็ตัดสินใจนำกลับมาทำอีกครั้งบนตัวถัง อี-คลาส รุ่นใหม่

แม้ว่าจะมาบนตัวถังรุ่นใหม่ล่าสุดก็ตาม แต่หากดูจากสเปกแล้วจะเห็นว่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่ติดตั้งมาในรุ่น อี200 เอ็นจีที บลูเอฟฟิเชียนซี นั้น จะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดิมที่มีแรงม้าน้อยกว่าในรุ่น อี200 ซีจีไอ บลูเอฟฟิเชียนซี รุ่นใหม่ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันพอสมควรว่าเมื่ออยู่บนตัวถังรุ่นใหม่แล้วเครื่องยนต์จะทำงานอย่างไร

มองจากตัวถังด้านนอกที่นำรถยนต์ อี-คลาส ซาลูน มาทำการพัฒนา ก็แน่นอนครับว่าด้านนอกก็ดูดี หรูหราในแบบของรถค่ายตราดาวอยู่แล้ว การออกแบบของตัวถัง 4 ประตู ที่มองว่ามีมุมที่ไม่ค่อยลงตัวในบางส่วนมาตั้งแต่ตอนที่ขับรุ่นเครื่องยนต์อื่นๆ ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ กลับเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ครับ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่นำมาติดตั้งเป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลัง 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที และนำมาติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซซีเอ็นจีออกมาจากโรงงานผลิต ทำให้ได้รับการรับประกันแบบเต็มที่เหมือนรถใหม่ทั่วไป

จุดที่แตกต่างออกไปอีกด้านของรถซีเอ็นจีรุ่นใหม่ก็คือ การเปลี่ยนมาใช้ถังก๊าซเพียงแค่ 3 ถัง จากรุ่นเดิมที่ใช้ถึง 4 ถัง แน่นอนว่าน้ำหนักของถังที่ลดลงไป แต่ยังให้ปริมาณการบรรจุก๊าซใกล้เคียงกับรุ่นเดิม ส่งผลค่อนข้างมากเหมือนกันในช่วงเวลาที่ทำการทดสอบจริงๆ ทั้งในการขับขี่ด้วยน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติก็ตาม

ลองขับเบนซ์ติดก๊าซอี-คลาสเอ็นจีที

อี-คลาส เอ็นจีที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบทัชชิฟต์ ส่งกำลังผ่านล้อหลัง โดยตัวรถค่อนข้างลู่ลมด้วยตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานแค่ 0.26 เท่านั้น โดยช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ มาพร้อมล้อแม็กมาตรฐานขนาด 17 นิ้ว และยางหน้ากว้าง 245 มิลลิเมตร ที่ให้การตอบสนองด้านการขับขี่ที่ไม่เลวร้าย

น้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,735 กิโลกรัม หนักกว่ารุ่นซีจีไออยู่ 120 กิโลกรัม ขณะที่การติดตั้งถังก๊าซทำให้พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังลดลงมาเหลือ 400 ลิตรเท่านั้น หายไปจากรุ่นซีจีไอ 140 ลิตร แต่การเก็บรายละเอียดด้านหลังถือว่าทำได้ค่อนข้างดีและมีการจัดวางถังก๊าซให้ไม่เกะกะตำแหน่งบรรทุกสัมภาระแต่อย่างใด

ในเรื่องของการขับขี่นั้น ต้องบอกว่าไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนกับเครื่องยนต์รุ่นอื่นๆ ของ อี-คลาส รุ่นปัจจุบันเลยครับ การตอบสนองของเครื่องยนต์ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้และไม่ขี้เหร่ แต่ก็จะคาดหวังความสนุกสนานในการขับขี่มากๆ ไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเลือกใช้น้ำมันเบนซินหรือซีเอ็นจีเป็นเชื้อเพลิงก็ตาม

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของรถตราดาวในเรื่องของความสะดวกสบายและความไว้วางใจเรื่องความปลอดภัยก็ยังเต็มเปี่ยม ไม่ได้ถูกลดลงไปแต่อย่างใด ตัวรถเองยังถือว่าน่าไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น หรือจะเป็นการขับออกต่างจังหวัดด้วยความเร็วสูงก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความหวาดหวั่นในการใช้งานรถคันนี้แต่อย่างใด

ลองขับเบนซ์ติดก๊าซอี-คลาสเอ็นจีที

แต่หากมองในแนวทางการพัฒนารถยนต์คันนี้ขึ้นมา ที่มุ่งเน้นไปที่การใช้งานก๊าซธรรมชาติเพื่อความประหยัดเป็นหลักแล้ว รถคันนี้ก็ถือว่าสอบผ่านด้วยคะแนนสูงมากครับ เพราะการเติมก๊าซให้เต็มถังด้วยราคาแค่ 100 กว่าบาท แต่สามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลพอที่จะออกไปเส้นชลบุรีได้ไม่ยากเย็น ก็เป็นโจทย์ที่ผู้ใช้เองคงเลือกที่จะใช้รถคันนี้ได้ แม้จะติดเรื่องสมรรถนะไปบ้างก็ตาม

กับสนนราคาค่าตัวที่กว่า 3.54 ล้านบาท ที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ตั้งเอาไว้ ก็ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงนะครับ เพราะอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติที่ติดตั้งเข้าไปถือว่ามีราคาค่อนข้างแพงอยู่แล้ว ไหนจะค่าบำรุงรักษาที่ต้องเพิ่มขึ้นกว่ารถปกติ แต่ก็รับผิดชอบมาให้ในส่วนของการรับประกันคุณภาพรถยนต์ไปเลย ขับไปสบายๆ ให้ตัวแทนจำหน่ายดูแลให้

คิดให้ดีทั้งเรื่องของสถานีบริการที่ต้องเติม การต่อคิว ไหนราคาก็จะปรับขึ้นเรื่อยๆ อีก แต่ถ้ามีปั๊มก๊าซตั้งตระหง่านอยู่หน้าบ้านแล้วอยากได้รถหรูที่ประหยัดราคาเชื้อเพลิงสุดๆ

เลือกคันนี้ไปเลยครับ ถ้าคิดเรื่องนี้ก็ไม่ผิดหวังแน่นอน!!!

ลองขับเบนซ์ติดก๊าซอี-คลาสเอ็นจีที

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่