
สนข.เล็งลดคาร์บอนหวังใช้เครดิตดอกต่ำ
สนข. ศึกษาแผนแม่บทลดก๊าซคาร์บอน คาดใช้เป็นเครดิตหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในอนาคต
สนข. ศึกษาแผนแม่บทลดก๊าซคาร์บอน คาดใช้เป็นเครดิตหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในอนาคต
นายชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนข.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งที่ยั่งยืน และลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางในรูปแบบต่างๆ และคาดว่าในอนาคตจะสามารถนำการลดค่าคาร์บอนไปเป็นเครดิต เพื่อหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมาลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ การศึกษาและจัดทำแผนแม่บทดังกล่าว จะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ แล้วจะนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมนำไปใช้ได้ภายในปี 2555 นี้ ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนตามรูปแบบของการเดินทางของไทย พบว่าภาคการขนส่งใช้พลังงานใกล้เคียงกับภาคอุตสาหกรรมคิดเป็น 35.4% และ 35.9% ตามลำดับและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี 2552 พบว่าก๊าซคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกจากภาคขนส่งมีค่าสูงกว่า 50 ล้านตัน จากทั้งหมด 196 ล้านตัน หรือคิดเป็น 25.6%
“ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่ารถแต่ละประเภท แต่ละคัน ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จำนวนเท่าไร คาดว่าศึกษาได้ภายใน 2 เดือนจะทราบแน่ชัดว่าหากเราก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง จะลดค่าก๊าซที่ปล่อยไปได้เท่าไร จากนั้นภายใน 5 เดือนจึงจะสรุปผลทั้งหมด” นายชาญชัย กล่าว
ทงวสนข.มีความจำเป็นต้องกำหนดแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาในส่วนของการขนส่งสาธารณะก่อน โดยเฉพาะระบบราง ซึ่งสามารถขนส่งผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ขณะที่รถไฟฟ้ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯเป็นศูนย์ และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อท่าพระ และหัวลำโพงบางแค จะเป็นโครงการแรกที่ศึกษาผลกระทบด้านการปล่อยก๊าซคาร์บอน โดยพบว่าสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ปีละ 2.5 หมื่นตันคาร์บอนไดออกไซด์
นายถิรยุทธ์ ลิมานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจราจรและสำรวจข้อมูล กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบด้านมลภาวะทางอากาศของไทย คือ การเจริญเติบโตของเมืองแบบศูนย์กลางเดียว ขาดระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมพื้นที่อย่างทั่วถึง ขาดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ขาดมาตรการจูงใจทางนโยบายและกฎระเบียบ และการใช้ยานพาหนะที่มีมลพิษสูง
สำหรับมาตรการในการแก้ปัญหาด้วยระบบขนส่งอย่างยั่งยืน จะแบ่งออกเป็น 5 ด้าน รวม 54 โครงการ ได้แก่ 1.ด้านการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและบริหารการเดินทาง เช่น โครงการส่งเสริมการพัฒนาเมืองแบบหลายศูนย์กลาง พัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟชานเมือง การเชื่อมประสานการเดินทางหลากหลายรูปแบบ 2.ด้านการจูงใจทางนโยบายและกฎระเบียบ เช่น โครงการกำหนดเขตปลอดรถยนต์ กำหนดโควตารถยนต์จดทะเบียนใหม่ในแต่ละปี การส่งเสริมการใช้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ
3.ด้านการจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ เช่น โครงการควบคุมหรือจัดเก็บค่าที่จอดรถ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในเวลาเร่งด่วน 4.ด้านการปลูกจิตสำนึกด้านการขนส่งที่ยั่งยืนและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการวันปลอดรถยนต์ ส่งเสริมการเดินทางร่วมกัน โครงการทำงานจากระยะไกล และ5.ด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยมลพิษ เช่น โครงการส่งเสริมการใช้รถยนต์และพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบรายงานสภาพการจราจรแก่ผู้ขับขี่







